ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับกระบะขนต่างด้าวเกือบ 100 ชีวิต

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับกระบะจำนวน 3 คัน และรถยนต์ต้องสงสัยอีก จำนวน 1 คัน ขนต่างด้าวเถื่อนเกือบ 100 ชีวิต สุดท้ายจนมุมหนีไม่รอด

พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชุดปฏิบัติการข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับกระบะขนต่างด้าวเกือบ 100 ชีวิต

จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136, สถานีตำรวจภูธรไทรโยค, ตม.จว.ก.จ., ปส.4, ตำรวจทางหลวง และ ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับกระบะขนต่างด้าวเกือบ 100 ชีวิต

ต่อมา เวลา 14.05 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัด ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย จำนวน 3 คัน ขับหลบหนีเจ้าหน้าที่เข้าไปยังบริเวณวัดพุพง ม.5 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และรถยนต์ต้องสงสัยอีก จำนวน 1 คัน ขับมุ่งหน้าไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 323 จึงได้จัดกำลังไล่ติดตามรถยนต์ดังกล่าวไป เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับรถยนต์ได้ทั้งหมด 4 คัน จึงเข้าทำการตรวจค้น พบ นายมอน ซาน อายุ 38 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Isuzu รุ่น D-max สีเทา หมายเลขทะเบียน บห1527 กาญจนบุรี, นายสมเกียรติ พันลำภักดิ์ อายุ 38 ปี สัญชาติไทย เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Ford รุ่น Ranger สีดำ หมายเลขทะเบียน สร8089 กรุงเทพมหานคร, นายชา ปัญญนุกุล อายุ 38 ปี สัญชาติไทย เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Revo สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ยต7851 ชลบุรี และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Isuzu รุ่น D-max สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กย9258 สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่ารถยนต์ทั้ง 4 คัน บรรทุกแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้น 86 คน แบ่งเป็น ชาย 57 คน หญิง 29 คน โดยทั้งหมดให้การยอมรับสารภาพว่า พวกตนเดินทางมาจาก รัฐย่างกุ้ง และเมืองพะโค ประเทศเมียนมา ลักลอบหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยด้วยวิธีการเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ หลังจากนั้นได้ใช้เส้นทางทางน้ำ และเดินลัดเลาะอ้อมจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทยตอนใน เพื่อจะเดินทางไปทำงานในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยจะเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าคนละ 12,000 – 20,000 บาท เมื่อถึงปลายทาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้กระทำความผิดพร้อมของกลาง ส่ง สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป