- 23 ม.ค. 2569
"ทนายแก้ว" ยอมเล่าละเอียดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในรถกับสาวอายุ 18 ปี ยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจ "ผมไม่ได้ล้วง"
หลังจากที่เกิดเรื่องสะเทือนวงการทนาย ล่าสุดทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุลได้ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า "ผมขอเล่าในมุมของผมให้พี่ ๆ สื่อฟังบ้างนะครับ ผมทราบดีว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่ผมอยากเล่าในฐานะข้อเท็จจริงในมุมของผมครับ เรื่องเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 วันที่พี่หนุ่ม กรรชัย โทรศัพท์มาหาผม
เมื่อพี่หนุ่มโทรมา ผมก็ถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น พี่หนุ่มบอกว่าได้รับข้อมูลมาจาก เบ๊น อาปาเช่ และเบ๊นได้รับเรื่องนี้มาจากพ่อของน้องผู้หญิง โดยถามผมตรง ๆ ว่าในวันที่ 12 กันยายน 2568 ผมได้ไปจับหน้าอก หรือล่วงละเมิดน้องเขาในรถ ระหว่างขับจาก เทอร์มินอล 21 ไปที่ร้านอาหาร แม่ศรีเรือน หรือไม่ ผมตกใจมาก และยืนยันไปทันทีว่าผมไม่ได้ทำ
ผมจึงอธิบายให้พี่หนุ่มฟังว่า ผมยอมรับว่าผมขับรถมากับน้องเขาจริง เริ่มจากที่เทอร์มินอล 21 ระหว่างทางมีการนั่งคุยกันตามปกติ แต่ผมไม่ได้กระทำอย่างที่ถูกกล่าวหา เมื่อมาถึงร้านแม่ศรีเรือน ผมจอดรถที่ลานจอดอาคาร จากนั้นก็เดินเข้าร้านและทานอาหารด้วยกันตามปกติ ระหว่างนั้นก็มีการถ่ายรูปคู่กัน
ช่วงที่นั่งทานอาหารกัน มีการพูดคุยและหยอกล้อกัน ผมยอมรับว่ามีการป้อนอาหารให้น้องเขา หลังจากทานไปได้ระยะหนึ่ง ผมเดินออกไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านนอกของร้าน ใช้เวลาล้างมือแล้วเดินกลับมา โดยน้องเขายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเหมือนเดิม จากนั้นก็เช็กบิลและเดินไปที่รถด้วยกัน
ผมบอกพี่หนุ่มว่า หากผมทำพฤติกรรมล่วงละเมิดจริง น้องเขาคงไม่เดินเข้ามาทานอาหารกับผม ไม่ถ่ายรูป และไม่รอผมในช่วงที่ผมเดินออกไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งร้านแม่ศรีเรือนอยู่ริมถนนเอกมัย–รามอินทรา หากเกิดเหตุจริง น้องเขาสามารถเดินออกไปได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับตามตรงว่า หลังจากกลับมาที่รถและสตาร์ทรถ ผมได้มีการกอด หอม และจูบน้องเขาจริง จากนั้นจึงขับรถออกจากร้าน มุ่งหน้าไปทาง Crystal Park ระหว่างทางเป็นการขับรถตามปกติ และก่อนแยกกันที่ Crystal Park ผมยอมรับว่าได้มีการกอด หอม และจูบน้องเขาอีกครั้ง
ผมขอยอมรับด้วยความจริงใจว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดของผม ผมเสียใจและผิดหวังในตัวเองที่ทำตัวรุ่มร่าม คิดน้อย และไม่ยั้งคิด ผมขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างจริงใจ
ส่วนเรื่องแชตทั้งหมดที่ผมนำมาแสดงนั้น เป็นแชตที่เริ่มพูดคุยกันตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เป็นการพูดคุยกันตามปกติ มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ผมไม่ได้ลบแชตใด ๆ หลังเกิดเหตุในวันที่ 12 กันยายน ก็ยังมีการพูดคุยกันตามปกติ ไม่มีข้อความใดที่กล่าวถึงการจับหน้าอกหรือการล่วงละเมิดอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผมถึงส่งข้อความขอโทษใน LINE ผมยอมรับว่าผมส่งคำว่าขอโทษไปจริง เพราะผมรู้สึกผิดกับพฤติกรรมของตัวเอง แต่ข้อความจากน้องเขาหลังเกิดเหตุ ไม่ได้มีการกล่าวถึงการถูกล่วงละเมิดแต่อย่างใด หากเกิดเรื่องร้ายแรงเช่นนั้น ผมเชื่อว่าบุคคลทั่วไปย่อมส่งข้อความในลักษณะที่แตกต่างออกไป
หลังจากนั้นยังมีการพูดคุยกันต่อในเดือนตุลาคม เรื่องการตัดคลิป หากผมเป็นคนไม่ดีหรือทำรุนแรงขนาดนั้น น้องเขาคงบล็อกผมไปแล้ว ไม่มีใครอยากคุยต่อ ผมไม่ใช่คนดังใหญ่โตหรือมีเงินมากมายที่จะต้องไปง้อใคร ผมเพียงแค่แสดงให้เห็นว่าในคลิปและแชตทั้งหมด ผมไม่ได้ปิดบังอะไร
ต่อมาน้องเขามีการพูดถึงเรื่องการขอโทษเป็นเงิน ซึ่งสำหรับผมถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว ผมรู้สึกว่าการขอโทษของผมเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงตัดสินใจไม่ติดต่อกันอีก เรื่องจึงเงียบไปจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 วันที่พี่หนุ่มได้รับข้อมูลจากเบ๊น อาปาเช่ และจากพ่อของน้องเขา แล้วนำมาเล่าให้ผมฟัง
ในวันนั้น ผมได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับพ่อของน้องเขา และยอมรับกับเขาว่าผมคิดน้อย ทำตัวลุ่มร่าม และขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อของน้องเขาบอกว่าจะนัดให้ผมไปขอโทษน้องโดยตรง แต่สิ่งที่ผมแปลกใจคือ เรื่องกลับถูกส่งต่อไปยังหลายบุคคล ทั้งคุณแจง อาจารย์จตุรงค์ และเบ๊น อาปาเช่ โดยที่ยังไม่มีการแจ้งความ
ผมจึงตั้งคำถามในฐานะคนเป็นพ่อเหมือนกัน หากเกิดเหตุร้ายแรงกับลูกสาว ผมคงเลือกแจ้งความก่อน แต่กรณีนี้กลับเลือกส่งเรื่องต่อให้บุคคลอื่น เมื่อผมเห็นโพสต์ของอาจารย์จตุรงค์ ผมตกใจมาก และรีบโทรศัพท์หาพี่หนุ่ม รวมถึงโทรกลับไปหาพ่อของน้องเขาด้วยความกระวนกระวายใจครับ"






