- 24 ม.ค. 2569
ตำรวจนครบาล ร่วมกับหน่วยปราบปรามยาเสพติด กทม. ติดตามรวบ "เจ้าแม่โคเคนเมืองไทย" พบสมุดรายชื่อลูกค้าไฮโซหลายรายชื่อ
วันที่ 23 ม.ค. 69 ตำรวจนครบาล ร่วมกับหน่วยปราบปรามยาเสพติด กทม. เปิดปฏิบัติการรวบเจ้าแม่โคเคนเมืองไทย เป็นเมียคนผิวสี พบสมุดรายชื่อลูกค้าไฮโซเพียบ โดยได้ร่วมสนธิกำลังเพื่อปฏิบัติการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสิ้น 4 ราย ดังนี้
นางน้ำ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
นายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 25 ปี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
นายต้า (นามสมมติ) อายุ 43 ปี โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
นางสาวแพร (นามสมมติ) อายุ 19 ปี โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ตรวจยึดของกลางหลายรายการ ดังนี้
ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) รวมทั้งสิ้น 250.57 กรัม
อุปกรณ์แพ็คซีลแบบดูดอากาศ
ถุงกระดาษหีบห่อเพื่อจัดส่ง จำนวนมาก
และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ ได้แก่ เงินสด ทองคำแท่ง สิ่งของแบรนด์เนม รถตู้ รถยนต์ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ช่างปูน” บุกทลายเครือข่ายแก๊งผิวสีย่านนานา สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวผิวสี สัญชาติไนจีเรีย 9 ราย และตรวจยึดของกลางหลายรายการ ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น. และ บช.ปส. ขยายผลกลุ่มชาวผิวสีอย่างต่อเนื่อง “แกะรอย 3 เดือน” ตามล่าต้นตอผงขาวในเงามืด
จนได้พบกับ “หญิงไทยรายหนึ่ง” เป็นภรรยาชายชาวไนจีเรีย และเป็นตัวการสำคัญในขบวนการค้าโคเคน ระหว่างที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนขยายผลต่อ ได้พบเบาะแสว่าหญิงไทยรายนี้ค้าขายโคเคนมาเป็นเวลาราว 10 ปี แต่ยังไม่เคยถูกจับกุม ทั้งนี้ ด้วยเทคนิคการดำเนินธุรกิจแบบพิเศษ (เปิดเผยไม่ได้ป้องกันการลอกเลียนแบบ) จนกลายเป็นระดับเจ้าแม่โคเคนในเมืองไทย
กระทั่งวันที่ 23 ม.ค. 69 เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น., บก.สส.บช.น., บช.ปส. และ ป.ป.ส. กทม. สะกดรอยติดตามเจ้าแม่รายนี้ ขณะออกตระเวนส่งโคเคนให้กับกลุ่มลูกค้าไฮโซด้วยตนเอง โดยเข้าจับกุมตัว นายต้า และ นางสาวแพร ขณะเดินมารับยาโคเคนที่เจ้าแม่รายนี้ทิ้งไว้ให้
หลังจับกุมตัว ชุดสืบสวนได้ขยายผลจนทราบข้อมูลว่า เจ้าแม่รายนี้ยังมีลูกสมุนอีก 1 ราย คอยตระเวนขับรถส่งยาเสพติดให้ พล.ต.ต.ธีรเดชฯ จึงได้นำกำลังติดตามไป จนกระทั่งสามารถจับกุมตัว นายหนึ่ง ลูกสมุนมือขวาของเจ้าแม่โคเคน พร้อมของกลางโคเคน 27 ซอง น้ำหนัก 33.51 กรัม พร้อมเงินสดจำนวน 95,000 บาท โดยสมุนมือขวารับสารภาพว่าเป็นเงินที่ได้จากการวิ่งส่งยาเสพติดให้กับเจ้าแม่
ไม่ทันข้ามวัน ชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมจนกระทั่งสามารถจับกุมตัว นางน้ำ เจ้าแม่โคเคนรายนี้ได้สำเร็จ โดยพบของกลางโคเคนที่รถยนต์จำนวน 10 ซอง และได้ขยายผลการจับกุมไปตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรูย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ พบของกลางอีกกว่า 210 กรัม
จากการขยายผลทำการตรวจค้นทั้งคอนโดและที่พัก ชุดสืบสวนทำการยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก เช่น เงินสด, ทองคำแท่ง, สร้อยคอทองคำ, ของแบรนด์เนม, รถตู้อัลพาร์ด, รถยนต์ 2 คัน และอายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท
และที่ทำให้ชุดสืบสวนต้องตกใจ คือ สมุดบัญชีการซื้อขายยาเสพติด ที่เจ้าแม่รายนี้ทำการจดบันทึกไว้อย่างละเอียดในห้วงหลายปีที่ผ่านมา พบข้อมูลลูกค้าเป็นกลุ่ม “ไฮโซ” หลายราย โดยหลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง และทรัพย์สินที่ตรวจยึด นำมาขยายผลที่ ศอ.ปส.บช.น. ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในชั้นจับกุม นางน้ำ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “อดีตสามีของตนเองนั้นเป็นชาวไนจีเรีย ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 1 คน โดยสามีจะเป็น 1 ในแก๊งชาวผิวสี ที่ชอบรวมกลุ่มอยู่บริเวณ ถ.รามคำแหง รายได้และทรัพย์สินที่มีนั้นมาจากการขายยาเสพติด ตนเองขายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนมีฐานะ เพราะโคเคนนั้นเป็นสิ่งที่หายากในประเทศไทย เนื่องจากไม่สามารถผลิตได้ในประเทศเพื่อนบ้าน ราคาจึงแพงกว่ายาเสพติดทั่วไป และตนมีความสัมพันธ์กับชาวไนจีเรียและรู้จักหลายคน สามารถหาโคเคนจากชาวผิวสีได้ในราคาต้นทุนต่ำ ตนจึงถือเป็นคนไทยที่ค้าโคเคนรายใหญ่”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่าคดีนี้เป็นการขยายผลการจับกุมจากแก๊งโคเคนผิวสี โดยใช้หญิงไทยเป็นหัวจ่ายตามชุมชนเมือง คอนโด และหมู่บ้านหรูในพื้นที่กรุงเทพฯ การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมทุกหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด






