วิ่งอยู่ดี ๆ วูบ หมอเผยสาเหตุเหตุงานเดียวเจอ 3 เคสหัวใจหยุดเต้น

สัญญาณเตือน พบ 3 นักวิ่งหัวใจหยุดเต้นในงานเดียว แพทย์ชี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สะท้อนความเสี่ยงสุขภาพที่นักวิ่งไม่ควรมองข้าม

วันที่ 27 ม.ค. 2569 นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือ "หมอแอร์" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและการกีฬา (Sports Cardiology) รวมถึงเป็นนักไตรกีฬา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Akanis Srisukwattana กรณีเกิดเหตุนักวิ่งหัวใจหยุดเต้นถึง 3 รายในงานแข่งขันเดียว โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

วิ่งอยู่ดี ๆ วูบ หมอเผยสาเหตุเหตุงานเดียวเจอ 3 เคสหัวใจหยุดเต้น

 หมอแอร์ ระบุว่า เมื่อมีนักวิ่งหัวใจหยุดเต้น 3 รายในงานแข่งเดียว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องจริงจังครับ ข่าวดีคือ ทีมแพทย์สามารถช่วยชีวิตนักวิ่งที่หัวใจหยุดเต้นได้ถึง 3 รายในงานวิ่งเดียว เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง สะท้อนว่าระบบแพทย์ฉุกเฉินและงานวิ่งในประเทศไทยพัฒนาไปไกลมากแล้ว

แต่ในขณะเดียวกันตัวเลขนี้ก็น่าตกใจเช่นกัน โดยปกติแล้ว อุบัติการณ์ของภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะแข่งกีฬาอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 80,000 -100,000 คน ในประชากรทั่วไป และอาจเพิ่มเป็นประมาณ 1 ต่อ 50000 คน ในกลุ่มอายุที่มากขึ้น แต่เมื่อมีผู้ป่วยถึง 3 รายในงานวิ่งเดียว สัดส่วนความเสี่ยงอาจสูงถึงระดับประมาณ 1 ต่อ 10,000 ซึ่งถือว่าสูงกว่าปกติหลายเท่า
 
โดยทั่วไป ภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะออกกำลังกายมักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก
1) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น
อุณหภูมิสูง
ความชื้นสูง
มลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5
ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ง่ายขึ้น

โดยทั่วไป ภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะออกกำลังกายมักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก
1) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น
อุณหภูมิสูง
ความชื้นสูง
มลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5
ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ง่ายขึ้น

วิ่งอยู่ดี ๆ วูบ หมอเผยสาเหตุเหตุงานเดียวเจอ 3 เคสหัวใจหยุดเต้น

2) ปัจจัยด้านสุขภาพของนักวิ่ง (ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญกว่า) หลายคนเข้าใจผิดว่า “คนที่ไปแข่งวิ่ง ขาไม่แรง ไม่ได้ซ้อมเยอะ ไม่ใช่ นักกีฬา” แต่ในทางการแพทย์เมื่อใดก็ตามที่เราเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาไม่ว่าจะวิ่งเร็วหรือช้า ร่างกายจะถูกกระตุ้นเข้าสู่ระดับความเครียดทางสรีรวิทยาที่สูงขึ้น ถือว่าออกกำลังกายหนักแบบนักกีฬาครับ ซึ่งควรได้รับการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า กลุ่มที่เสียชีวิตจากการออกกำลังกายมากที่สุดคือ ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่า และสาเหตุหลัก เกิน 85% คือ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบที่นักวิ่งมองไม่เห็น คือ ไขมันในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการ
หลายคนยังใช้ชีวิต ออกกำลังกาย และแข่งขันกีฬาได้ตามปกติ แต่ในความเป็นจริง อาจมีคราบไขมันสะสมอยู่ในหลอดเลือดหัวใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อออกกำลังกายหนักคราบไขมันอาจแตกหรือหลุด ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หากเป็นการอุดตันในเส้นเลือดขนาดเล็ก การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการส่งต่อเพื่อทำบอลลูนหลอดเลือดอาจช่วยชีวิตได้ แต่หากเป็นการอุดตันในเส้นเลือดหลัก โอกาสรอดชีวิตจะลดลงอย่างมาก ปั้มหัวใจไม่ขึ้นเลย แม้จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ก็ตาม
 
การตรวจคัดกรองก่อนแข่งกีฬา จึงถือว่าความรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง
สำหรับนักวิ่งที่มีอายุ 35–40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มี ไขมันในเลือดสูง โรคประจำตัว หรือความเสี่ยงปานกลางขึ้นไปต่อโรคหัวใจ ควรได้รับการตรวจคัดกรองก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ถ้ามีไขมันสูงและมีคราบไขมันในหลอดเลือด การรักษาไขมันในเลือด ไม่ต่างจากการคาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถ อาจไม่ได้ป้องกันอุบัติเหตุทั้งหมด แต่ช่วยลดความรุนแรงและโอกาสเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
การวิ่ง และการแข่งอย่างปลอดภัย จึงเป็นเรื่องของ “ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตัวเอง” เพราะบางครั้ง ความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่การวิ่งเร็วเกินไป แต่คือการวิ่ง โดยไม่รู้ว่าหัวใจของเราพร้อมหรือไม่ครับ ขอให้ นักวิ่งทั้ง 3 ท่าน แข็งแรงฟื้นตัวโดยเร็ว ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้ ส่งต่อความรู้ให้ทุกคนที่กำลังแข่งกีฬาครับ

วิ่งอยู่ดี ๆ วูบ หมอเผยสาเหตุเหตุงานเดียวเจอ 3 เคสหัวใจหยุดเต้น

วิ่งอยู่ดี ๆ วูบ หมอเผยสาเหตุเหตุงานเดียวเจอ 3 เคสหัวใจหยุดเต้น

ตรวจอะไรบ้าง ถ้ามีความเสี่ยงหัวใจ ก่อนแข่งกีฬา
1. คลื่นหัวใจ
2. CT calcium score ตามคำแนะนำแพทย์ ถ้ามี Plaque กินยาไขมันก่อน 1-2 เดือน ค่อยออกกำลังหนัก ตามดุลยพินิจแพทย์
3. Stress test แบบ เต็มกำลังความ เหนื่อย เช่น EST , VO2 max , CPET แบบดูคลื่นหัวใจ
ดูหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจขาดเลือด

วิ่งอยู่ดี ๆ วูบ หมอเผยสาเหตุเหตุงานเดียวเจอ 3 เคสหัวใจหยุดเต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก Akanis Srisukwattana