- 28 ม.ค. 2569
สำนักงานประกันสังคมออกมาชี้แจงโครงสร้างเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท หลังสังคมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า
ประเด็นเงินสมทบของ ผู้ประกันตน กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้เผยแพร่ข้อมูลอธิบายการจัดสรรเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน ผ่านช่องทางสื่อสารทางการ เพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน หลังมีการตั้งคำถามถึงการบริหารกองทุนและผลกำไรจากการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา
เงินสมทบดังกล่าวถูกนำไปจัดสรรเพื่อดูแลผู้ประกันตนอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็น 7 กรณีหลัก ดังนี้
1. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท)
กรณีเจ็บป่วย: รักษาพยาบาลโดยไม่จำกัดวงเงิน
กรณีคลอดบุตร:
ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท
เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร (ผู้ประกันตนหญิง) สูงสุด 26,250 บาท
กรณีทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
กรณีเสียชีวิต: ค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย (กรณีส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข)
2. กรณีว่างงาน (87.50 บาท)
รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
3. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (525 บาท)
เงินสงเคราะห์บุตร: รับ 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 6 ปี
ชราภาพ: เป็นเงินออมในรูปแบบบำเหน็จหรือบำนาญ โดยนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว ทำให้เงินสะสมรวมสูงถึง 1,050 บาทต่อเดือน
สำนักงานประกันสังคมยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า แม้ผู้ประกันตนบางรายอาจไม่เคยใช้สิทธิประโยชน์ในช่วงวัยทำงาน แต่เงินออมชราภาพจะยังคงเป็นหลักประกันสำคัญในยามเกษียณ และในกรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทที่มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือตามเงื่อนไข ถือเป็นการดูแลต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต
การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากสังคมให้มีการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการพิจารณานำกำไรจากการลงทุนมาพัฒนาหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนในอนาคต
แหล่งที่มาอ้างอิง
เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน






