จากเด็กเร่ร่อน สู่ว่าที่ร้อยตำรวจโท สู้ชีวิตลำพังมาไกลเกินฝัน

ชีวิตไม่ง่ายแต่ไม่ยอมแพ้ ว่าที่ร้อยตำรวจโท เล่าจากเด็กเก็บขวดสู่เครื่องแบบสีกากี ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกสู้ได้

ว่าที่ร้อยตำรวจโท มูหามัดอัซฮา คำมงคล เล่าเรื่องราวชีวิต จากเด็กเร่ร่อนสู่นายร้อยตำรวจ จากเด็กเดินเก็บขวดขาย สู้ด้วยตัวคนเดียวจนได้ดี ภูมิใจในตัวเองมากๆที่มาได้ถึงขนาดนี้ โดยได้เล่าทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Asha Muhamadasha วันที่ 27 มกราคม 2569 ว่า จากชีวิตเด็กเร่ร่อนสู่นายร้อยตำรวจ ขอบคุณทุกคนที่ยังจำเด็กคนนี้ได้ที่เคยเก็บขวดขาย 

 

จากเด็กเร่ร่อน สู่ว่าที่ร้อยตำรวจโท สู้ชีวิตลำพังมาไกลเกินฝัน
 

 

จากเด็กเร่ร่อน สู่ว่าที่ร้อยตำรวจโท สู้ชีวิตลำพังมาไกลเกินฝัน

 

ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนถึงอายุ 18 ปี หลายคนอาจจะเคยได้เห็นหรือพบเจอ ในช่วงปี พ.ศ. 2549–2558 ผมจะถือกระสอบขาวถุงใหญ่ๆ

เกือบ 10 ปี ที่เดินเก็บขวดรอบๆ เมืองยะลา ถนนรวมมิตร สายกลาง ร้านอาหาร ตามบ้าน ตามป้อมตำรวจ ชีวิตอาจจะไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัว เพราะปัจจัยหลายอย่างของครอบครัว แต่ก่อนตัวเองเคยโทษชีวิตที่เกิดมาไม่ได้ดีเหมือนคนอื่น เพราะเราเกิดมาจนและครอบครัวไม่ได้สมบูรณ์แบบ แอบอิจฉาคนอื่นที่ได้มีบ้านให้กลับ มีครอบครัวดูแล มีกับข้าวให้กิน

แต่พอย้อนดูตัวเองในเวลานั้น ก็รู้สึกน้อยใจ ตั้งคำถามกับตัวเองหลายอย่าง ชีวิตมันจะดีกว่าการต้องเป็นเด็กเร่ร่อนเดินเก็บขวดแบบนี้ตลอดไปไหม จะต้องทำยังไงกับชีวิตที่ไม่ได้มีคนเลี้ยงดู ปรึกษา ให้คำแนะนำ ไม่เหมือนลูกๆ ของคนอื่นที่ยังมีคนคอยตักเตือน สั่งสอน ปรึกษาพูดคุย แต่ชีวิตเรามันไม่ได้มีแบบที่คนอื่นเขามีกัน ชีวิตมันต้องเดินหน้าต่อไปยังไง ตอนนั้นชีวิตแทบจะมืดมน มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง ไม่อายเลยกับชีวิตที่เคยเป็นแบบนั้น ภูมิใจที่ได้มาไกลขนาดนี้ สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ถึงขนาดนี้

บางคนอาจจะไม่ชอบหรือชอบ ต้องขออภัยด้วยครับ ขอบคุณทุกคนจากใจครับ ทั้งรอยยิ้ม อ้อมกอด ขอโทษสำหรับพี่ๆ น้าๆ บางคนที่อาจจะไม่ได้ถ่ายรูปด้วยนะครับ

จากเด็กเร่ร่อน สู่ว่าที่ร้อยตำรวจโท สู้ชีวิตลำพังมาไกลเกินฝัน

 

และโพสต์ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ร้อยตำรวจตรีมูหามัดอัซฮา คำมงคล ได้โพสต์ภาพขณะประดับยศ ได้เลื่อนยศเป็นว่าที่ร้อยตำรวจโท ระบุว่า

 

จากเด็กเร่ร่อน สู่ว่าที่ร้อยตำรวจโท สู้ชีวิตลำพังมาไกลเกินฝัน

 

ร้อยตำรวจตรีเลื่อนยศเป็นว่าที่ร้อยตำรวจโท มูหามัดอัซฮา คำมงคล ประดับยศโดย พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรนราธิวาส

บทเพลงโปรดที่ชอบฟังแล้วฮึบสู้

ยอมให้ฟ้าลิขิตชีวิตแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือวันที่เราลืมตามาเป็นผู้คน ไม่น้อยใจในวาสนาเพราะฟ้าต้องมีเหตุผล อาจจะหลงทาง อาจจะทุกข์ ไม่มีโทษใคร ใจทั้งใจยังเต้นยังไหว ล้มลุกคลุกคลานกี่หนก็ยังจะทำ จะสู้ทุกอย่าง
คำว่ายอมลบออกจากใจ ไม่มองเลี้ยวไปข้างหลัง แต่จะมั่นคงอยู่บนเส้นทางที่ตั้งใจ รู้แค่เพียงว่าเราคิดดี แม้บางครั้งไม่มีใครรู้ แต่เราย่อมรู้อยู่แก่ใจ บอกตัวเองเป็นคนดี ทั้งที่ต้องทำดีให้ดีขึ้นไป ขีดเส้นทางหัวใจด้วยสองมือของเรา