เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6TH เคยร่วมปกป้องชายแดน ไทย-กัมพูชา

เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6TH ตกกลางป่า เคยร่วมปกป้องอธิปไตย ไทย-กัมพูชา เปิดข้อมูลเคยร่วมภารกิจปกป้องอธิปไตยเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินทหารตกในพื้นที่ป่ากลางอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ล่าสุดมีรายงานยืนยันพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นนักบินของกองทัพอากาศที่ปฏิบัติหน้าที่ฝึกบินในขณะเกิดเหตุ ล่าสุดเปิดข้อมูล เครื่องบินโจมตีเบาแบบ AT-6TH

 

เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6 เคยร่วมปกป้องชายแดน ไทย-กัมพูชา

 

เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6 เคยร่วมปกป้องชายแดน ไทย-กัมพูชา

 

รายงานระบุว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเครื่องบินโจมตีเบาแบบ AT-6 ของกองทัพอากาศ ประสบเหตุตกขณะปฏิบัติภารกิจฝึกบินในพื้นที่ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเครื่องบินลำดังกล่าวออกบินจากสนามบินเมื่อเวลา 09.47 น.

ต่อมาเวลาประมาณ 10.40 น. หอบังคับการบินได้รับแจ้งความผิดปกติของอากาศยาน และได้ประสานไปยังตำรวจ สภ.จอมทอง ก่อนที่ในเวลา 10.43 น. จะมีการแจ้งเพิ่มเติมว่า คาดว่าเครื่องบินประสบอุบัติเหตุตก จากนั้นในเวลา 11.05 น. ชุดปฏิบัติการเผชิญเหตุพร้อมรถพยาบาลได้เร่งเดินทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุ

สำหรับนักบินที่ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินฝึกครั้งนี้ ได้แก่

น.ต.สมัชชา คุณมาศ ทำหน้าที่นักบินที่ 1

ร.อ.กรวิชญ์ เจนคิด

โดยมีรายงานว่า ขณะนำอากาศยานเข้าตำแหน่ง พบลักษณะการบินผิดปกติ เครื่องมีทิศทางดิ่งลงสู่พื้น ก่อนตกในพื้นที่ป่าห่างไกลชุมชน บริเวณหมู่ 6 บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง และเกิดเพลิงลุกไหม้ ส่งผลให้นักบินทั้งสองนายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ล่าสุด กองทัพอากาศได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดย พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 10.20 น. เครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 จำนวน 1 เครื่อง ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจการฝึกบินค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) ในพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ฝึกของกองทัพอากาศ โดยจุดเกิดเหตุอยู่ในทิศทาง 210 ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรจากสนามบินเชียงใหม่
 

เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6 เคยร่วมปกป้องชายแดน ไทย-กัมพูชา

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้นักบิน 2 นายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เหตุการณ์ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

 

เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6 เคยร่วมปกป้องชายแดน ไทย-กัมพูชา

 

ภายหลังเกิดเหตุ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุทันที พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุกองทัพอากาศ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด รอบคอบ ตามระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง และนำไปใช้ปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยด้านการบินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

กองทัพอากาศขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียนักบินผู้เสียสละ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ โดยย้ำให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพลและการปฏิบัติภารกิจฝึกบิน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถและความพร้อมรบของกำลังทางอากาศ เพื่อปกป้องประเทศชาติ รักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน

 

เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6 เคยร่วมปกป้องชายแดน ไทย-กัมพูชา

 

ทั้งนี้ กองทัพอากาศยังขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ รวมถึงทีมกู้ภัยทุกภาคส่วน ที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สำหรับเครื่องบิน AT-6TH Wolverine หรือ AT-6E เป็นเครื่องบินโจมตีเบาและฝึกแบบใบพัด (Turboprop Light Attack Aircraft) ผลิตโดยบริษัท Textron Aviation Defense ประเทศสหรัฐอเมริกา พัฒนาต่อยอดจากเครื่องบินฝึก T-6 Texan II โดยรหัส “TH” เป็นรุ่นที่พัฒนาสำหรับกองทัพอากาศไทยโดยเฉพาะ

 

เปิดข้อมูล เครื่องบิน AT-6 เคยร่วมปกป้องชายแดน ไทย-กัมพูชา

 

AT-6TH ติดตั้งระบบอวิโอนิกส์แบบห้องนักบิน Glass Cockpit ทันสมัย เทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ F-16 รองรับการใช้งานระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมจอแสดงผล Multi-Function สามารถรองรับอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีแบบ Link-TH และ Link-T ที่ไทยพัฒนาเอง สามารถสื่อสารกับเครื่องบินกริพเพนและภาคพื้นดินได้แบบเรียลไทม์

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2568 กองทัพอากาศไทยได้ทำพิธีบรรจุเครื่องบินโจมตีเบา AT-6TH เข้าประจำการเป็นเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 รวมทั้งสิ้น 8 เครื่อง วงเงินจัดหา 4,600 ล้านบาท ประจำการ ณ ฝูงบิน 411 กองบิน 41 เพื่อทดแทนเครื่องบินแบบ L-39 และใช้ในภารกิจโจมตี สนับสนุนการลาดตระเวน และตรวจการในพื้นที่ชายแดน