- 31 ม.ค. 2569
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙
ราชกิจจานุเบกษา ข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙
โดยที่สมควรแก้ไขข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อรองรับให้สมาชิกและสถาปนิกต่างชาติขึ้นทะเบียนประพฤติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม และให้นำบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการจรรยาบรรณ กระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของผู้ได้รับใบอนุญาตมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เพื่อให้มีการประพฤติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม และสมควรแก้ไขเพิ่มเติมจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมเพื่อให้ครอบคลุมการกระทำใด ๆ ของผู้ประกอบวิชาชีพที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้างในงานที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่รับทำ เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๖) (ช) มาตรา ๑๓/๑ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ สภาสถาปนิก โดยมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาสถาปนิก ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพ” ของข้อ ๔ ของข้อบังคับสภาสถาปนิกว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ผู้ประกอบวิชาชีพ” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงสมาชิก และสถาปนิกต่างชาติขึ้นทะเบียน”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ ของข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๘ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติหรือวิชาการ ตามมาตรฐานแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม”
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐ ของข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ใช้ความไม่ชอบธรรมเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับงานสถาปัตยกรรม”
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ ของข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ และใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เรียก รับ ยอมจะรับ ให้ หรือจะให้ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ จากผู้ซึ่งเกี่ยวข้องในงานสถาปัตยกรรมที่ทำอยู่
ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่แสดงด้วยวิธีใด ๆ ว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพในงานสถาปัตยกรรมที่ตนไม่ได้ทำ ร่วมทำ ตรวจสอบ หรือควบคุม”
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕ ของข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๕ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ละทิ้งงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับทำโดยไม่มีเหตุอันควร”
ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๗ ของข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๗ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ทำงานโดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมอย่างเดียวกับที่เคยทำให้แก่ผู้ว่าจ้างรายเดิมกับผู้ว่าจ้างรายใหม่ เว้นแต่จะเป็นการตกลงหรือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ว่าจ้างรายเดิม และแจ้งให้ผู้ว่าจ้างรายใหม่นั้นทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นชิ้นงานที่เป็นลิขสิทธิ์ของผู้ประกอบวิชาชีพโดยตรงอยู่ก่อนแล้ว”
ข้อ ๙ ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๘/๑ ของข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘
“ข้อ ๑๘/๑ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่กระทำการใด ๆ ให้เสียหายแก่ผู้ว่าจ้างในงานที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่รับทำ โดยอาศัยประโยชน์จากความเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ”
ข้อ ๑๐ การกระทำใดที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณ ซึ่งได้กระทำก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
ประภากร วทานยกุล
นายกสภาสถาปนิก






