- 03 ก.พ. 2569
ทนายพัฒน์ เตือนชัด ข่าวทนายแอบถ่ายในห้องน้ำสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องเล็ก อาจเข้าข่ายผิดอาญาหลายฐาน ทั้งอนาจารและคุกคามทางเพศ
"ทนายพัฒน์" หรือ ทนายเมียหลวง ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุว่า
✅ข่าวทนายความใช้กล้องแอบถ่ายในห้องน้ำสาธารณะ อาจเข้าข่ายความผิด ดังนี้
😍1.ลักษณะการกระทำความผิด
การใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือแอบถ่ายไปที่ร่างกายหรือส่วนของร่างกายของผู้หญิงที่เป็นจุดสงวน เช่น บริเวณหน้าอกของผู้หญิง หรือ บริเวณอวัยวะเพศของผู้หญิง หรือส่วนของร่างกายอื่นๆที่มีลักษณะไปในทางเพศหรือทางการมณ์หรือเพื่อสนองความใคร่
😍2.เป็นความผิดในทางอาญา อย่างน้อย 5 ฐานความผิด ดังนี้
✨(1) มีความผิดฐานกระทำอนาจาร ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 (ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) เพราะถือว่าการแอบถ่ายไปที่จุดสงวนของร่างกาย เป็นการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศ
✨(2) มีความผิดฐานกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 (2) เพราะการแอบถ่ายกระทำในห้องน้ำสาธารณะซึ่งถือว่าเป็นที่ธารกำนัล มีผลให้คดีเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ไม่สามารถยอมความกันได้
✨(3) มีความผิดฐานคุกคามทางเพศ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา 284/1 (ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) เพราะการแอบถ่ายเป็นการกระทำด้วยประการใดๆอันมีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายหรือได้รับความเดือดร้อน รำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือได้รับความไม่ปลอดภัยในทางเพศ
✨(4) มีความผิดฐานคุกคามทางเพศในที่สาธารณสถาน ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/1 วรรคสาม (ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
✨(5) (ลหุโทษ) มีความผิดฐานคุกคามหรือทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง (ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 12983/2558
"" การที่จำเลยแอบบันทึกภาพของผู้เสียหาย โดยบันทึกภาพสรีระทางกายตั้งแต่ช่วงลิ้นปี่จนถึงอวัยวะช่วงขาท่อนล่าง และขาท่อนบน การกระทำของจำเลย แสดงถึงความใคร่และกามรมณ์ทางเพศ ต่อผู้เสียหาย อันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรในทาเพศ โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้ตัวและตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แม้จำเลยจะไม่ได้สัมผัสโดยตรงต่อเนื้อตัวหรือร่างกายของผู้เสียหายโดยตรงก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำ โดยประสงค์ต่อผลอันไม่สมควรในทางเพศ โดยเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายต่อผู้เสียหาย ให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบของความผิดฐานกระทำอนาจาร ""
คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2404/2563
""จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหาย โดยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ บันทึกภาพเคลื่อนไหว โดยบันทึกภาพไปที่อวัยวะภายในกระโปรงขณะที่ผู้เสียหาย ในขณะถอดกางเกงในทำกิจส่วนตัวในห้องน้ำหญิงภายในห้างสรรพสินค้าเป็นการกระทำให้ผู้เสียหายถูกรังแก ข่มเหง คุกคาม ได้รับความอับอาย หรือเดือดร้อนรำคาญ และเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 (อนาจาร) ""
✅3. เป็นความผิดมรรยาททนายความ
ตาม พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 หมวด 6 มรรยาททนายความ และ ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มรรยาททนายความ พ.ศ.2529 หมวดที่ 4 เป็นความผิดต่อทนายความด้วยกัน ต่อประชาชนผู้มีอรรถคดีและอื่นๆ
ข้อ 18. ประกอบอาชีพ ดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดีหรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ
คดีตัวอย่าง
คำสั่งสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ที่ 1/2541
""ทนายความไปแอบดูนิสิตหญิงทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำหญิงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี เป็นการละเมิดต่อกฎหมาย ทำให้เสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความ มีความผิดมรรยาททนายความข้อ 18.""
(อ้างอิง จาก หนังสือจริยธรรมและมรรยาททนายความ จัดทำโดย คณะกรรมการมรรยาททนายความและคณะทำงานส่งเสริมและประสานงานสอบสวนคดีมรรยาททนายความ สภาทนายความ)






