เปิดเบื้องลึก "ครูปอ" เข้าพบ ผอ. ก่อนขับรถไปคิดสั้นจนจากไป

เปิดเบื้องลึก "ครูปอ" เข้าพบ ผอ. ก่อนขับรถไปคิดสั้น ด้านแฟนหนุ่มแฉปมถูกบีบให้ต้องรับผิดแทนเรื่องเงินล้านที่หายไป ล่าสุดสั่งย้าย ผอ. พ้นพื้นที่แล้ว

คดีสะเทือนใจวงการศึกษา กรณี “ครูปอ” หรือ “ครูพอลล่า” ครูสาววัย 39 ปี จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ตัดสินใจจบชีวิตภายในรถยนต์ที่สวนสาธารณะ ท่ามกลางคำถามใหญ่ถึงแรงกดดันจากงานและปัญหาการเงินภายในโรงเรียน โดย “สารวัตรต้น” แฟนหนุ่ม ออกมาเปิดหลักฐานและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อทวงถามความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 รายงานว่า สารวัตรต้นเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เรียกครูปอเข้าไปพบในเวลาประมาณ 08.30 น. ก่อนที่เธอจะขับรถออกจากโรงเรียนอย่างเร่งด่วนในเวลา 09.00 น. จากนั้นช่วงเย็นไม่สามารถติดต่อได้ และไม่กลับบ้านตามปกติ เขาจึงออกตามหาทั้งคืนแต่ไร้ร่องรอย กระทั่งเช้าวันถัดมา พบรถของครูปอจอดอยู่ภายในสวนสาธารณะสันทราย และพบว่าเธอเสียชีวิตภายในรถ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบข้อความลาบนโทรศัพท์มือถือ ระบุถึงความเครียดจากการทำงานและแรงกดดันรอบด้าน โดยมีใจความว่า
“เครียดกับงาน เครียดกับคน ถูกจับผิดตลอด พยายามแก้แล้วก็ไม่ดีขึ้น”
พร้อมข้อมูลรายละเอียดบัญชีเงินของโรงเรียนและการจัดการทางการเงิน นอกจากนี้ยังพบประวัติการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีจบชีวิตก่อนเกิดเหตุ

สารวัตรต้นยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ครูปอถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังพบเงินของโรงเรียนหายไปหลักล้านบาท โดยผู้เสียชีวิตเคยเล่าให้ฟังว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้สั่งให้เก็บเงินของโรงเรียนไว้ในบัญชีส่วนตัวของเธอ แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น กลับถูกตั้งข้อกล่าวหาในลักษณะเหมือนเป็นผู้กระทำผิดเพียงลำพัง

ด้าน นายเทอดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ระบุว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมมอบหมายให้นิติกรเข้าตรวจสอบผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างละเอียด โดยระหว่างการสอบสวน ผอ. อาจยังไม่สามารถให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้

เบื้องต้น ผอ. ชี้แจงว่า ครูผู้เสียชีวิตถูกตั้งกรรมการสอบเรื่องบกพร่องต่อหน้าที่มาก่อนแล้ว และในวันเกิดเหตุเป็นเพียงการเรียกมาพูดคุยติดตามความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นธรรมและลดแรงกดดัน ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการออกจากโรงเรียนเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอผลสอบสวน

ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องปกติ และจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ พร้อมยอมรับว่าเป็นช่องโหว่ของระบบบริหารจัดการโรงเรียน ไม่ควรให้ครูต้องรับผิดชอบงานการเงินเพียงลำพัง ควรมีคณะกรรมการกำกับดูแลอย่างชัดเจน

โฆษก ศธ. ยังกล่าวอีกว่า นโยบายของกระทรวงต้องการให้ครูทำหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องแบกรับภาระงานการเงินหรือพัสดุ แต่ในทางปฏิบัติ โรงเรียนในสังกัด สพฐ. มีมากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินที่สามารถจัดสรรได้ในแต่ละปีมีเพียง 1,000–2,000 อัตรา ทำให้ไม่เพียงพอ และกลายเป็นปัญหาเรื้อรังของระบบการศึกษาไทย