- 04 ก.พ. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดแก๊งลักลอบขนชาวจีนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไร้หนังสือเดินทาง รู้รับจ้างหัวเท่าไหร่ยิ่งตกใจไปอีก
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง.ผกก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สรศักดิ์ แสงจันทร์ สวญ. ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล, พ.ต.ต.มนตรี ศรีวัฒนกุล สว.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ปรัชญานนท์ ยงยิ่ง รอง สว.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล.,ร.ต.ท.อภิชา สำราญพล, ร.ต.ต.นิติศาสตร์ วิเศษวงศา รอง สว.(ป) ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล., ด.ต.สมศักดิ์ จันทาทอง, ด.ต.พงษ์นรินทร์ แก้ววิกา, ด.ต.สามารถ ธนทรัพย์พล, จ.ส.ต.อิสระ ลีเจริญศิริ, จ.ส.ต.อรรถวิทย์ ผลาเหิม, จ.ส.ต.แสนยานุภาพ แสนยามูล, ส.ต.อ.ปิยะศักดิ์ สารบรรณ, ส.ต.ท.สิรวิชญ์ ภู่ห้อย ผบ.หมู่.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 18 ราย ดังนี้
1.)นายจักรพล ฯ อายุ 44 ปี
2.)นายจิรวัฒน์ ฯ อายุ 21 ปี
3.)นายกฤษดา ฯ อายุ 44 ปี
ผู้ถูกจับที่1-3โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน“รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”มาตรา 64 พรบ.ตรวจคนเข้าเมืองพ.ศ.2522 ผู้ถูกจับที่ 4-18 บุคคลสัญชาติจีน โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน“เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางของกลาง
1.รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet รุ่น trailblazer สีขาว ทะเบียน 9กถ-xx87 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน
2.โทรศัพท์ ยี่ห้อ Samsung Galaxy J7 Plus สีขาว จำนวน 1 เครื่อง
3.โทรศัพท์ ยี่ห้อ iPhone 8 Plus สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
4.โทรศัพท์ ยี่ห้อ iPhone Xs Max สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
5.รถตู้ ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา หมายเลขทะเบียน ฮร xx80 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน
6.โทรศัพท์ ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Redmi Note 14 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
7.โทรศัพท์ ยี่ห้อ Redmi สีเขียว หมายเลข จำนวน 1 เครื่อง
สถานที่จับกุม บริเวณถนนพหลโยธิน (ทล.1) ขาเข้า กม.93 ต.ห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ บนบริเวณถนนพหลโยธิน (ทล.1) พบรถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet รุ่น trailblazer สีขาว ทะเบียน 9กถ-xx87 กรุงเทพมหานคร และรถตู้ ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา หมายเลขทะเบียน ฮร xx80 กรุงเทพมหานคร มีลักษณะต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกรถทั้งสองคัน โดยส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียง รวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟน เรียกรถยนต์ต้องสงสัยทั้งสองคันให้หยุดรถ
จนกระทั่งมาถึงบริเวณถนนมิตรภาพ ขาเข้า กม.1 ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี เมื่อรถหยุดจอดไหล่ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจสอบ พบนายจักรพล ฯ (ทราบชื่อภายหลัง) เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet ฯ คันดังกล่าว โดยมีผู้ถูกจับที่ 2,4 นั่งโดยสารมาภายรถยนต์คันดังกล่าว และพบนายกฤษดา ฯ(ทราบชื่อภายหลัง) เป็นผู้ขับขี่รถตู้ ยี่ห้อ TOYOTA ฯ คันดังกล่าว โดยมีผู้ถูกจับที่ 5-18 นั่งโดยสารมาภายรถยนต์ด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญรถยนต์ทั้งสองคัน มาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สถานีตำรวจทางหลวงสระบุรี (ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล.) พบว่า ผู้ถูกจับที่ 4-18 เป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีน ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสาร ใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด โดยผู้ถูกจับนั่งโดยสารมาในรถยนต์ทั้งสองคันดังกล่าว
โดยนายจักรพลฯ และนายกฤษดา ฯ รับว่าได้ขับขี่รถยนต์ บรรทุกคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาจริง และตนรู้ดีอยู่แล้วว่า คนต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะนำพามาส่งที่ปลายทาง จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ ก่อนถูกจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกทั้งหมด ควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ภ.จว.สระบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ 1–3 ให้การว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 05.00 น. ได้ไปรับบุคคลต่างด้าวจากพื้นที่ อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับการติดต่อจากชายชาวลาวชื่อ “นายตั้ม” (ไม่ทราบชื่อ–สกุลจริง) ผ่านแอปพลิเคชัน Facebook ให้นำส่งปลายทาง อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับค่าจ้าง 5,000 บาทต่อคนผู้ต้องหาที่ 4–18 ให้การว่า ได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้เรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขง และยอมรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง






