- 04 ก.พ. 2569
รู้ตัวแล้ว เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ คนร้ายใช้ปล้นร้านทองในห้างดังย่านสุขุมวิท 50 ชิงทองคำไปกว่า 100 บาท บอกเลยว่า ซวยจริงๆ
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวหลายสำนักเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดที่สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ตลอดทั้งวัน ขณะที่ตำรวจเร่งไล่ล่าคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างดังย่านสุขุมวิท 50 โดยมีข้อมูลเชิงลึกว่าพฤติกรรมการก่อเหตุมีความคล้ายคลึงกับ “แจ็คกี้” โจรชิงทองชื่อดังเมื่อกว่า 7 ปีก่อน พบเบาะแสสำคัญ คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ที่ลักขโมยมา พร้อมพ่นสีอำพรางกล้องวงจรปิด
ความคืบหน้าการสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ชุดสืบสวนได้เดินหน้าปิดล้อมไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองคำไปกว่า 100 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 15 ล้านบาท โดยเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่ามีเครือข่ายให้การช่วยเหลือ
รายงานจากชุดสืบสวนเผยว่า มีการนำพฤติกรรมของคนร้ายมาเปรียบเทียบกับคดีชิงทองเมื่อปี 2562 ในพื้นที่พระราม 4 ท้องที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งคนร้ายในคดีดังกล่าวถูกขนานนามว่า “แจ็คกี้” พบว่าลักษณะการวางแผนก่อนเกิดเหตุ วิธีการลงมือก่อเหตุ และแนวทางการหลบหนี มีความใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งรูปแบบการเคลื่อนไหว ท่าทางการเดิน และการเลือกเส้นทาง จึงเชื่อว่าอาจเป็นคนร้ายรายเดียวกัน หรืออยู่ในเครือข่ายเดียวกับคดี “โจรหมวกฟาง” ที่เคยก่อเหตุชิงทองหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท ในพื้นที่ สน.พระโขนง
หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนนครบาลร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 และชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจำนวนมาก พบว่าคนร้ายมีการพรางตัวเข้ามาดูลาดเลาในพื้นที่เป้าหมายนานประมาณ 2 - 3 วัน ก่อนลงมือก่อเหตุ โดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ลักขโมยมาจากย่านตลาดโบ๊เบ้ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 แล้วขับตระเวนไปตามจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่ออำพรางเส้นทางหลบหนี
ภายหลังลงมือก่อเหตุ คนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามซอยย่อยหลายเส้นทาง ก่อนหยุดรถบริเวณคลองพัฒนาการ โดยมีลักษณะคล้ายขว้างวัตถุบางอย่างลงไปในน้ำจนเกิดแรงกระเพื่อม จากนั้นขี่รถต่อเข้าไปในซอยอ่อนนุช 55/1 เขตประเวศ และหายตัวเข้าไปภายในซอยโดยไม่ปรากฏภาพว่าทะลุออกไปยังเส้นทางอื่น
ต่อมา ชุดสืบสวนได้ทุ่มกำลังลงพื้นที่เดินเท้าหาข้อมูลในบริเวณดังกล่าว จนพบร่องรอยปูนแตกใหม่ภายในซอยเล็กใกล้ชุมชนริมคลองประเวศ และพบตะขอทองคำ 1 ชิ้น ตกอยู่บริเวณทางเดินริมคลอง จึงประสานนักประดาน้ำของตำรวจน้ำเข้าทำการงมค้นหา ก่อนพบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการหลบหนีจมอยู่ในคลอง
จากการตรวจสอบพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของชายชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งได้แจ้งความรถหายไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดงน้ำตาล ทะเบียน 1 กศ 7989 ลพบุรี แต่คนร้ายได้นำมาพ่นสีบรอนซ์เงินทับจนกลายเป็นสีบรอนซ์แดง เพื่อหลอกตากล้องวงจรปิด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่แสงสะท้อนทำให้ยากต่อการจับภาพได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม พบภาพคนร้ายหลังทิ้งรถจักรยานยนต์ลงคลอง ได้ลงไปในคลองประเวศและลอยคอเป็นระยะทางไกล ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณคลองพัฒนาการในช่วงกลางดึกของวันที่ 31 มกราคม 2569 และเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ชุดสืบสวนยังพบภาพคนร้ายขว้างวัตถุบางอย่างลงคลองอีกครั้ง จึงประสานตำรวจน้ำเข้าตรวจค้น และพบอาวุธปืนปลอม ซึ่งมีลักษณะตรงกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุในวันชิงทอง
จากหลักฐานทั้งหมด ทำให้ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า รูปแบบการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการก่อเหตุ รวมถึงเส้นทางหลบหนีและพฤติกรรมของคนร้าย มีความคล้ายคลึงกับคดีชิงทองเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 อย่างชัดเจน
ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการระดมชุดสืบสวนมือพระกาฬจากหลายหน่วย เร่งปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัย ตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายคดีและนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด






