เปิดพฤติการณ์ อาแปะ Mr.MUI Yiu Keung หนีคดีมากบดานในไทยเกือบทศวรรษ เปิดร้านข้าวต้มปลา มีภรรยาชาวไทย มีบุตรด้วยกัน 3 คน

กรณีการแกะรอยจับกุม อาแปะ หรือ นายมุย ยิ่ว เกียง (Mr.MUI Yiu Keung) อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นของทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้บ้านแห่งหนึ่ง แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โดยได้หลบหนีคดีเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2537

พฤติการณ์"อาแปะ"ฮ่องกง หนีคดีกบดานในไทย เปิดร้านข้าวต้มหัวปลา

พฤติการณ์"อาแปะ"ฮ่องกง หนีคดีกบดานในไทย เปิดร้านข้าวต้มหัวปลา

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2532 เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง รับแจ้งพบศพชายถูกปลิดชีพแล้วนำไปฝังดินอำพรางศพบริเวณชายหาด จากนั้นเจ้าหน้าได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ 4 ราย ก่อนจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้เกือบหมดแล้ว คงเหลือเพียง นายมุย ยิ่ว เกียง ผู้ต้องหารายสำคัญที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนลงมือ ต่อมาเจ้าหน้าที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้ประสานมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ใช้ช่วยติดตามจับกุม นายมุย ยิ่ว เกียง ซึ่งคาดว่าหลบหนีมากบดานในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2537 

พฤติการณ์"อาแปะ"ฮ่องกง หนีคดีกบดานในไทย เปิดร้านข้าวต้มหัวปลา

ซึ่ง Mr.MUI ได้มาเปิดร้าน"อาแปะ"ข้าวต้มหัวปลา อยู่ย่านลำผักชี พร้อมเปิดเผยว่า ได้หลบหนีคดีเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2537 เปิดโรงงานเล็ก ๆ อยู่ใน จ.สมุทรปราการ ได้ภรรยาเป็นคนไทย มีบุตรด้วยกัน 3 คน  ล่าสุด 4 ก.พ.69  ทาง ผบ.ตร.ฮ่องกง ได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อพูดคุยหารือแนวทางและขั้นตอนในการผลักดันตัว Mr.MUI กลับประเทศฮ่องกงเพื่อไปรับโทษตามกฎหมายต่อไป

  • พฤติการณ์Mr.MUI Yiu Keung

 
สืบเนื่องจากตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2568 ให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมเมื่อปี พ.ศ.2532 ตามหมายจับฮ่องกง และตามคำร้องขอจากตำรวจสากล (INTERPOL) เพื่อจับกุมบุคคลที่ต้องการตัว (Red Notice; หมายแดง)

 

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง พบมี 4 ผู้ต้องหา ที่ร่วมก่อเหตุ โดย 1 ในตัวการสำคัญซึ่งเป็นผู้ใช้พลั่วในการทำร้ายจนเหยื่อเสียชีวิตและนำศพไปฝังบริเวณชายหาดแห่งหนึ่งในฮ่องกง ชื่อ "Mr.MUI" ได้หลบหนีการจับกุมมาโดยตลอด และจากคำให้การซักทอดผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุและถูกจับกุมไปก่อนหน้า ได้ให้การว่า "Mr.MUI" ได้หลบหนีมาทำงานที่ประเทศไทยตั้งแต่ราวปี พ.ศ.2537

 

ต่อมาตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้มอบหมายให้ กก.2 บก.ป. ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ Mr.MUI ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2537 - ปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เริ่มแกะรอย โดยลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ที่ได้รับข้อมูลมาว่า Mr.MUI เคยมาทำงาน บริเวณ จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ปริมณฑล ประกอบกับการนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์เชื่อมโยงกัน

 

จนนำไปสู่การพบเบาะแสที่เชื่อได้ว่า Mr.MUI ได้ใช้ชีวิตอยู่กินกับหญิงไทยและมีลูกด้วยกัน 3 คน ที่บริเวณบ้านพักย่านลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

 

ต่อมาในวันที่ 2 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้ร้องขอต่อศาลอาญามีนบุรี ขออนุมัติหมายค้น ที่ ค.40/2569 ซึ่งศาลอาญามีนบุรีได้อนุมัติตามขอ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป., บช.สตม. และ บก.ตท. ได้นำหมายค้นดังกล่าวเข้าตรวจสอบ ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจสอบพบ Mr.MUI อายุ 62 ปี สัญชาติฮ่องกง พักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว

พฤติการณ์"อาแปะ"ฮ่องกง หนีคดีกบดานในไทย เปิดร้านข้าวต้มหัวปลา

ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตน ชื่อ Mr.MUI และเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามคำร้องขอจากตำรวจสากล (Red Notice; หมายแดง) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. จึงได้จับกุมผู้ต้องหาในความผิดฐาน “ต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด” ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย 

 

อย่างไรก็ตาม สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

ปฏิบัติการในครั้งนี้ คือ เครื่องยืนยันถึงมิตรภาพ และความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานของทั้ง 2 ประเทศ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานเกือบ 40 ปี แต่ความยุติธรรมก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แล้ว