- 05 ก.พ. 2569
สามีพาภรรยาจาก จ.ตาก ร้อง ปคม. ถูกนายจ้างลากไปข่มขืนจนท้อง ถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ คดีเงียบกริบ หวั่นอิทธิพลตำรวจ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.พ. 69 บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า จ.ค.-จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พานายสายชล (นามสมมติ) อายุ 27 ปี และนางวารี (นามสมมติ) อายุ 22 ปี สองสามีภรรยาชาว จ.ตาก เข้าพบ พงส.บก.ปคม. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ภรรยาที่ถูกนายจ้างข่มขืนกระทำชำเราอย่างทารุณถึง 3 ครั้ง จนตั้งครรภ์และถูกบังคับให้ทำแท้ง ซ้ำยังถูกข่มขู่ประจานด้วยภาพอนาจาร ขณะที่คดีความแจ้งต่อ พงส.สภ.วังเจ้า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 68 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า
นางวารี เล่าว่า นายน้ำแข็ง (นามสมมติ) เป็นเจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือ ตนเข้าไปทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน ได้ค่าจ้างวันละ 320 บาท ทำงานได้ 2–3 เดือน วันเกิดเหตุ ตนขอเบิกเงินล่วงหน้าเพื่อนำไปจ่ายค่าอินเทอร์เน็ต แต่นายจ้างไม่ให้ ตกเย็นสามีมารับตนกลับบ้าน นายจ้างโทร.มาเรียกให้ออกไปพบบอกว่าเอาเงินที่เบิกมาให้แล้ว นัดให้ไปรับเงินที่หลังไปรษณีย์
ตนจึงออกจากบ้านไปพบนายจ้างเวลาประมาณ 1–2 ทุ่ม วันที่ 7 ต.ค. 68 พอไปถึงเขาลงจากรถยนต์ ก่อนจะกระชากตนเข้าไปในพุ่มไม้และลงมือข่มขืน ตนพยายามดิ้นรนร้องขอให้คนช่วย แต่สู้แรงนายจ้างไม่ได้
ที่รู้มามีลูกจ้างหญิงคนอื่น ๆ อีก 2 คน ก็ถูกลวนลามและกระทำการคุกคามทางเพศกันถ้วนหน้า
นายจ้างยังข่มขู่ว่าถ่ายคลิปเอาไว้ ห้ามไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะนำไปประจาน จะอยู่ในตำบลนี้ต่อไปไม่ได้ ก่อนจะให้เงินที่ตนขอเบิกล่วงหน้ามา 500 บาท ตนต้องทนเก็บความคับข้องใจไว้ และจำใจกลับไปทำงานต่อที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือ
จนวันที่ 18 ต.ค. นายจ้างเรียกให้ไปเอาข้าวโพดใต้ต้นสักซึ่งเป็นป่าอ้อย ตนพยายามปฏิเสธ แต่นายจ้างบังคับให้ไปพบให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะไล่ออก เมื่อไปถึงก็ถูกสั่งให้ไปรับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่ไร่ แต่กลับถูกลากเข้าไปในป่าอ้อยและข่มขืนอีก
หลังจากนั้น ครั้งที่สาม นายจ้างอ้างว่ามีคนนำรถมาจำนำที่ไร่ เรียกให้ตนไปพบ ก่อนจะลงมือข่มขืนซ้ำในป่าอ้อยอีกครั้ง
เขาอ้างว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ เพราะเป็นคนมีเส้นสาย รู้จักนายตำรวจใหญ่ ๆ ลูกจ้างทั้งสามคนรวมตนด้วยจึงไม่มีใครกล้าพูดหรือเอาเรื่อง
นายสายชล สามี เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ตนไว้วางใจนายจ้างรายนี้เพราะเป็นรุ่นพี่ที่เคารพนับถือ จึงฝากภรรยาเข้าทำงานด้วย แต่กลับกลายเป็นฝันร้าย ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ภรรยาถูกล่วงละเมิดถึง 3 ครั้งในสถานที่ต่าง ๆ
นอกจากนี้ นายจ้างคนดังกล่าวยังบังคับให้ภรรยาถ่ายภาพเปลือยส่งทางไลน์ทุกวัน หากไม่ทำตามจะนำภาพไปประจาน จนกระทั่งภรรยาตั้งครรภ์และถูกกดดันจนต้องทำแท้ง ส่งผลให้ปัจจุบันภรรยาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง พยายามทำร้ายตัวเองและคิดสั้นอยู่ตลอดเวลา
เมื่อตนทราบเรื่องที่ภรรยาถูกนายจ้างละเมิดทางเพศ จึงพาภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.วังเจ้า จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 แต่จนถึงปัจจุบันคดียังนิ่งสนิท
พงส.สภ.วังเจ้า สอบถามกรณีที่ภรรยามีการตั้งครรภ์ หลังประจำเดือนขาดไป 1 เดือน ว่าจะดำเนินการอย่างไร จึงปรึกษากันว่าจะยุติการตั้งครรภ์
วันที่ 15 ม.ค. 69 ร้อยเวรเรียกตนไปพบเพื่อฟังผลตรวจของแพทย์ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่เก็บชิ้นเนื้อจากทั้ง 3 คน คือ ตน ภรรยา และนายจ้าง ไปตรวจ พบว่าดีเอ็นเอเป็นของตนกับภรรยา และเป็นทารกเพศหญิง ตนแปลกใจว่า ก่อนหน้านี้ที่ไปตรวจอัลตราซาวด์ ทาง รพ. ระบุว่ายังไม่ทราบเพศ แต่ผลตรวจครั้งนี้กลับระบุเพศได้
นายสายชล ระบุว่า นายจ้างคู่กรณียังคงใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ้ำร้ายยังมีชาวบ้านมาเตือนว่า “อย่าไปมีเรื่องด้วย เพราะเขามีพรรคพวกเป็นนายตำรวจใหญ่ในจังหวัดตาก” ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างหวาดผวาและรู้สึกไม่ปลอดภัย
ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นความทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกกระทำทั้งร่างกายและจิตใจ หลังจากนี้จะพาสองสามีภรรยาเข้าปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากกองบังคับการปราบปราม (กองปราบ) เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม และขยายผลตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงคดีตามที่ผู้เสียหายกังวลหรือไม่
“ผมจะไม่ยอมให้คนผิดลอยนวลเพียงเพราะมีเส้นสาย คดีล่วงละเมิดและบีบบังคับทำแท้งแบบนี้ต้องได้รับโทษถึงที่สุด” จ่าคิงส์ กล่าวทิ้งท้าย
ภายหลังพบ พงส.บก.ปคม. ได้ประสานไปยัง สภ.วังเจ้า ให้ พงส.เร่งรัดคดี โดยนัดหมายผู้เสียหายเข้าไปพบในวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. นี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป






