ผัวช้ำหนัก นายจ้างละเมิดเมียจนท้อง คดีเงียบหวั่นอิทธิพลตำรวจ

สามีพาภรรยาจาก จ.ตาก ร้อง ปคม. ถูกนายจ้างลากไปข่มขืนจนท้อง ถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ คดีเงียบกริบ หวั่นอิทธิพลตำรวจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.พ. 69 บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า จ.ค.-จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พานายสายชล (นามสมมติ) อายุ 27 ปี และนางวารี (นามสมมติ) อายุ 22 ปี สองสามีภรรยาชาว จ.ตาก เข้าพบ พงส.บก.ปคม. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ภรรยาที่ถูกนายจ้างข่มขืนกระทำชำเราอย่างทารุณถึง 3 ครั้ง จนตั้งครรภ์และถูกบังคับให้ทำแท้ง ซ้ำยังถูกข่มขู่ประจานด้วยภาพอนาจาร ขณะที่คดีความแจ้งต่อ พงส.สภ.วังเจ้า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 68 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า

 

ผัวช้ำหนัก นายจ้างละเมิดเมียจนท้อง คดีเงียบหวั่นอิทธิพลตำรวจ

 

ผัวช้ำหนัก นายจ้างละเมิดเมียจนท้อง คดีเงียบหวั่นอิทธิพลตำรวจ

 

นางวารี เล่าว่า นายน้ำแข็ง (นามสมมติ) เป็นเจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือ ตนเข้าไปทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน ได้ค่าจ้างวันละ 320 บาท ทำงานได้ 2–3 เดือน วันเกิดเหตุ ตนขอเบิกเงินล่วงหน้าเพื่อนำไปจ่ายค่าอินเทอร์เน็ต แต่นายจ้างไม่ให้ ตกเย็นสามีมารับตนกลับบ้าน นายจ้างโทร.มาเรียกให้ออกไปพบบอกว่าเอาเงินที่เบิกมาให้แล้ว นัดให้ไปรับเงินที่หลังไปรษณีย์

ตนจึงออกจากบ้านไปพบนายจ้างเวลาประมาณ 1–2 ทุ่ม วันที่ 7 ต.ค. 68 พอไปถึงเขาลงจากรถยนต์ ก่อนจะกระชากตนเข้าไปในพุ่มไม้และลงมือข่มขืน ตนพยายามดิ้นรนร้องขอให้คนช่วย แต่สู้แรงนายจ้างไม่ได้

ที่รู้มามีลูกจ้างหญิงคนอื่น ๆ อีก 2 คน ก็ถูกลวนลามและกระทำการคุกคามทางเพศกันถ้วนหน้า

 

ผัวช้ำหนัก นายจ้างละเมิดเมียจนท้อง คดีเงียบหวั่นอิทธิพลตำรวจ

 

นายจ้างยังข่มขู่ว่าถ่ายคลิปเอาไว้ ห้ามไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะนำไปประจาน จะอยู่ในตำบลนี้ต่อไปไม่ได้ ก่อนจะให้เงินที่ตนขอเบิกล่วงหน้ามา 500 บาท ตนต้องทนเก็บความคับข้องใจไว้ และจำใจกลับไปทำงานต่อที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือ

จนวันที่ 18 ต.ค. นายจ้างเรียกให้ไปเอาข้าวโพดใต้ต้นสักซึ่งเป็นป่าอ้อย ตนพยายามปฏิเสธ แต่นายจ้างบังคับให้ไปพบให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะไล่ออก เมื่อไปถึงก็ถูกสั่งให้ไปรับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่ไร่ แต่กลับถูกลากเข้าไปในป่าอ้อยและข่มขืนอีก

หลังจากนั้น ครั้งที่สาม นายจ้างอ้างว่ามีคนนำรถมาจำนำที่ไร่ เรียกให้ตนไปพบ ก่อนจะลงมือข่มขืนซ้ำในป่าอ้อยอีกครั้ง

ผัวช้ำหนัก นายจ้างละเมิดเมียจนท้อง คดีเงียบหวั่นอิทธิพลตำรวจ

 

เขาอ้างว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ เพราะเป็นคนมีเส้นสาย รู้จักนายตำรวจใหญ่ ๆ ลูกจ้างทั้งสามคนรวมตนด้วยจึงไม่มีใครกล้าพูดหรือเอาเรื่อง

นายสายชล สามี เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ตนไว้วางใจนายจ้างรายนี้เพราะเป็นรุ่นพี่ที่เคารพนับถือ จึงฝากภรรยาเข้าทำงานด้วย แต่กลับกลายเป็นฝันร้าย ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ภรรยาถูกล่วงละเมิดถึง 3 ครั้งในสถานที่ต่าง ๆ

นอกจากนี้ นายจ้างคนดังกล่าวยังบังคับให้ภรรยาถ่ายภาพเปลือยส่งทางไลน์ทุกวัน หากไม่ทำตามจะนำภาพไปประจาน จนกระทั่งภรรยาตั้งครรภ์และถูกกดดันจนต้องทำแท้ง ส่งผลให้ปัจจุบันภรรยาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง พยายามทำร้ายตัวเองและคิดสั้นอยู่ตลอดเวลา

 

ผัวช้ำหนัก นายจ้างละเมิดเมียจนท้อง คดีเงียบหวั่นอิทธิพลตำรวจ

 

เมื่อตนทราบเรื่องที่ภรรยาถูกนายจ้างละเมิดทางเพศ จึงพาภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.วังเจ้า จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 แต่จนถึงปัจจุบันคดียังนิ่งสนิท

พงส.สภ.วังเจ้า สอบถามกรณีที่ภรรยามีการตั้งครรภ์ หลังประจำเดือนขาดไป 1 เดือน ว่าจะดำเนินการอย่างไร จึงปรึกษากันว่าจะยุติการตั้งครรภ์

วันที่ 15 ม.ค. 69 ร้อยเวรเรียกตนไปพบเพื่อฟังผลตรวจของแพทย์ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่เก็บชิ้นเนื้อจากทั้ง 3 คน คือ ตน ภรรยา และนายจ้าง ไปตรวจ พบว่าดีเอ็นเอเป็นของตนกับภรรยา และเป็นทารกเพศหญิง ตนแปลกใจว่า ก่อนหน้านี้ที่ไปตรวจอัลตราซาวด์ ทาง รพ. ระบุว่ายังไม่ทราบเพศ แต่ผลตรวจครั้งนี้กลับระบุเพศได้

นายสายชล ระบุว่า นายจ้างคู่กรณียังคงใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ้ำร้ายยังมีชาวบ้านมาเตือนว่า “อย่าไปมีเรื่องด้วย เพราะเขามีพรรคพวกเป็นนายตำรวจใหญ่ในจังหวัดตาก” ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างหวาดผวาและรู้สึกไม่ปลอดภัย

ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นความทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกกระทำทั้งร่างกายและจิตใจ หลังจากนี้จะพาสองสามีภรรยาเข้าปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากกองบังคับการปราบปราม (กองปราบ) เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม และขยายผลตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงคดีตามที่ผู้เสียหายกังวลหรือไม่

“ผมจะไม่ยอมให้คนผิดลอยนวลเพียงเพราะมีเส้นสาย คดีล่วงละเมิดและบีบบังคับทำแท้งแบบนี้ต้องได้รับโทษถึงที่สุด” จ่าคิงส์ กล่าวทิ้งท้าย

ภายหลังพบ พงส.บก.ปคม. ได้ประสานไปยัง สภ.วังเจ้า ให้ พงส.เร่งรัดคดี โดยนัดหมายผู้เสียหายเข้าไปพบในวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. นี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป