- 05 ก.พ. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มแสบเปิดบัญชีม้าปล่อยสินเชื่อเงินกู้หลอกผู้เสียหายโอนเงิน รวมเป็นเงินเกือบแสนบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย,
พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์ และ พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป.,ร.ต.อ.สมเกียรติ อิทธิสาร รอง สว.(ป) กก.5 บก.ป., ร.ต.ท.เรวัฒน์ ห้วยหงส์ทอง รอง สว.(ป) กก.5 บก.ป., ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาล รอง สว.(อก.)
กก.5 บก.ป. และ ด.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป
ร่วมกันจับกุมตัว นายเพียวพันธุ์ฯ อายุ 26 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 506/2568 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือ
โดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมอันเป็นเท็จโดยประการ
ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาเพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนโดยประการที่รู้ว่าจะนำไปใช้ใน
การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนสาธารณะ ถ.โชติเวช ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์ ผู้กล่าวหาได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่
17 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้เสียหายต้องการกู้เงินจึงเสิร์ตหาในอินเทอร์เน็ตพบบริษัทหนึ่งโพสต์โฆษณาปล่อยสินเชื่อเงินกู้ จึงสนใจติดต่อขอกู้เงินออนไลน์ โดยผู้แจ้งต้องการกู้เงินจำนวน 1,500,000 บาท โดยผู้แจ้งได้กรอกข้อมูลส่วนตัวและบัญชีธนาคารให้กับผู้ให้กู้ และถูกหลอกให้โอนเงินไปเป็นค่างวดแรก ค่าแก้ไขข้อมูลที่ส่งผิด
ู้แจ้งหลงเชื่อ จึงโอนเงินไปให้กับคนร้ายและไม่ได้รับเงินที่ขอกู้ ทำให้ได้รับความเสียหาย ดังนี้
1. โอนเงินผ่านแอพฯธนาคารของผู้แจ้งโอนไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นายเพียวพันธุ์ฯจำนวนเงิน 26,757.64 บาท
2. โอนเงินผ่านแอพฯธนาคารของผู้แจ้งโอนไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นายเพียวพันธุ์ฯ จำนวนเงิน 26,757.64 บาท
3. โอนเงินผ่านแอพฯธนาคารของผู้แจ้งโอนไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี ผู้หญิงอีกคน จำนวนเงิน 40,000 บาท
รวมทั้งสิ้น โอน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 93,514 บาท
ต่อมาผู้เสียหายได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีกับคนร้ายให้รับโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า นายเพียวพันธุ์ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงได้เข้าไปตรวจสอบยังพื้นที่ดังกล่าวพบ
นายเพียวพันธุ์ฯ ยืนอยู่บริเวณริมถนนสาธารณะ ถ.โชติเวช จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับให้ นายเพียวพันธุ์ฯ ดู อ่านให้ฟังและอ่านเองแล้ว นายเพียวพันธุ์ฯ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งว่าต้องถูกจับกุม พร้อมแจ้ง
ข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบ และแจ้งสิทธิตามกฎหมายข้างต้นให้ทราบ นายเพียวพันธุ์ฯ ได้รับทราบข้อความและข้อกล่าวหาพร้อมทั้งเข้าใจสิทธิของตนเองโดยตลอดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปทำการบันทึกจับกุม จากนั้นนำตัวส่ง พนักงานสอบสวนท้องที่ที่ถูกจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี เพื่อดำเนินคดี
ตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเพียวพันธุ์ฯ พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของ
1. ศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 539/2568 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาเพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนโดยประการที่รู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
2. ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 545/2568 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนให้มีการฉัอโกงโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ประชาชน”
3. ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ จ.227/2568 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน
“เป็นผู้สนับสนุน ในการกระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่คนเกี่ยวข้อง
โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
4. ศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ 101/2568 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน
“เป็นผู้สนับสนุนในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง และเป็นผู้สนับสนุนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้า
สู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งประมงคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ไปผู้หนึ่งผู้ใดและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง
โดยประการที่รู้หรือควรรู้จะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
5. ศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 390/2568 ลงวันที่ 9 กันยายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ประชาชน”
6. ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.304/2568 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกัน ฉ้อโกง”
7. ศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจดนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่
ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด,สนับสนุนในการกระทำผิดฉ้อโกง, สนับสนุนในการกระทำผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเพ็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”
จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ด.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป. เบอร์โทร 092-5980253
"การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น"






