ใครจะคิด ยายขายผักสู้ชีวิต หลังไวรัลพลิกชะตา ได้ที่ขายใหม่แล้ว

ไม่ต้องขายบนสะพานลอยแล้ว ยายขายผักสู้ชีวิตหลังเป็นไวรัลน้ำใจหลั่งไหล ได้พื้นที่ขายใหม่เป็นหลักแหล่ง การค้าดีขึ้น ย้ำไม่รับเงินบริจาค

 ความคืบหน้า "ยายขายผักสู้ชีวิต" หลังไวรัลน้ำใจหลั่งไหล ได้พื้นที่ขายใหม่แล้ว เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาด กกท. เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีคุณยายขายผักสู้ชีวิต หลังปรากฏคลิปภาพคุณยายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับลูกสาว มืออุ้มผักที่รับมาจากตลาดไท เพื่อนำมาขายยังตลาด กกท. จนกลายเป็นกระแสสะเทือนใจในโลกออนไลน์

 

ใครจะคิด ยายขายผักสู้ชีวิต หลังไวรัลพลิกชะตา ได้ที่ขายใหม่แล้ว
 

ล่าสุด หลังได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารตลาด กกท. ได้จัดสรรพื้นที่ให้คุณยายตั้งแผงขายผัก โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทำให้คุณยายมีที่ค้าขายเป็นหลักแหล่ง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าหลังมีพื้นที่ขาย การค้าขายก็ดีขึ้น 

ใครจะคิด ยายขายผักสู้ชีวิต หลังไวรัลพลิกชะตา ได้ที่ขายใหม่แล้ว

คุณยายเปิดใจว่า ตนเองไม่ขอรับ “เงินทอง” หรือเงินบริจาคจากผู้มีน้ำใจ แต่ยินดีรับ “น้ำใจ” ในรูปแบบอื่นแทน โดยเฉพาะการอุดหนุนซื้อผัก เพราะมองว่าเป็นการช่วยเหลือที่ยั่งยืน และไม่ทำให้รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณใคร

ใครจะคิด ยายขายผักสู้ชีวิต หลังไวรัลพลิกชะตา ได้ที่ขายใหม่แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงรายได้ต่อวัน คุณยายเผยว่า รายได้ไม่แน่นอน บางวันขายได้ประมาณ 500 บาท บางวันแทบไม่ได้เลย จึงอยากเชิญชวนผู้ที่อยากช่วยเหลือให้มาช่วยซื้อสินค้า มากกว่าการให้เงินสด

ใครจะคิด ยายขายผักสู้ชีวิต หลังไวรัลพลิกชะตา ได้ที่ขายใหม่แล้ว

สำหรับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน คุณยายอาศัยอยู่กับลูกสาวและหลาน รวมทั้งหมด 4 คน พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่เมตตาและให้โอกาสมีที่ค้าขาย คุณยายยังเชื่อในบุญญาธิการของผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และยืนยันหนักแน่นอีกครั้งว่า ไม่ขอรับเงินบริจาค เพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร

  ใครจะคิด ยายขายผักสู้ชีวิต หลังไวรัลพลิกชะตา ได้ที่ขายใหม่แล้ว