- 11 ก.พ. 2569
ลูกสาววัย 19 ปี ร้องจ่าคิงส์พาพบ ตร.กองปราบฯ แจ้งความเอาผิดเพื่อนแม่หลอกไปซื้อกระเป๋าที่เอธิโอเปีย ก่อนถูกจับที่สนามบินมาเลเซีย พร้อมยาเสพติด นน. 1.3 กิโลฯ
เวลา 10.30 น.วันที่11 ก.พ.69 ที่ ปราสาทแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ น้องเซฟ (สงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 19 ปี ลูกสาว น.ส.ทิพวรรณ ฉิมพาลี อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ประเทศมาเลเซีย ถูกเจ้าหน้าที่มาเลเซียจับกุมพร้อมของกลาง “โค้ก” นน.1.3 กก.ที่ซุกซ่อนมาในกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวน 4 ใบ เหตุเกิดเมื่อเดือน พย.2565
น้องเซฟ ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์ (อายุ 19 ปี) แจ้งว่าคุณพ่อนายสมชาติ (สงวนนามสกุล) สามีใหม่แม่ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงตนติดธุระต่างจังหวัด ไม่สามารถเดินทางเข้าร้องเรียนในวันนี้ได้ ตนได้นัดหมายจ่าคิงส์มาแล้วไม่อยากให้เสียโอกาสจึงขออนุญาตพ่อมาก่อน เพื่อขอความช่วยเหลือกรณี น.ส.ทิพวรรณ แม่แท้ๆ ของตนที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพซึ่งเป็นคนใกล้ชิดหลอกลวงจนต้องโทษจำคุกอยู่ในประเทศมาเลเซีย
น้องเซฟ เปิดเผยว่า น.ส.ทิพวรรณ แม่ของตนทำงานอยู่สถานบันเทิงที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีเพื่อนสนิท 2 คนชักชวน และแนะนำให้เดินทางไปซื้อกระเป๋าที่ประเทศเอธิโอเปีย โดยอ้างว่าไปเพียง 15 วัน จะได้รับค่าตอบแทนสูงถึง 40,000 บาท แม่หลงเชื่อเดินทางไปตามคำแนะนำ แต่ในระหว่างการเดินทางกลับเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ได้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ประเทศมาเลเซีย ตรวจค้นและพบยาเสพติดประเภท “โค้ก” (โ-ค-เ-ค-น) น้ำหนักกว่า 1,363 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าแบรนด์เนมทั้ง 4 ใบที่รับจ้างหิ้วมาให้เขา
น้องเซฟ กล่าว ตนมีพี่น้อง 3 คน ทั้งสามต่างบิดามารดา ตอนนี้ย้ายกลับมาอยู่กับพ่อแท้ๆ ย่านบางพลี เรียน กศน.
ตนทราบเรื่องจากน้าที่ไปเยี่ยมแม่ในเรือนจำมาเลเซีย
มาแจ้งว่าแม่ถูกจับดำเนินคดีอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย น้าเคยไปเยี่ยม ส่วนตนมีโอกาสได้คุยโทรศัพท์ที่แม่โทร.มาหาทางมาเลเซียจะอนุญาตให้โทรมาหาญาติได้เฉพาะวันจันทร์-อังคาร แม่บอกว่าไม่ได้ทำ แต่เพราะหลงเชื่อเพื่อนที่หลอกแม่ให้หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมมาขายเพราะเห็นว่าจะมีรายได้ส่งมาเลี้ยงครอบครัว ไม่คิดว่าจะมียาเสพติดยัดไว้ในกระเป๋าเลย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า น.ส.ทิพวรรณ ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 39B ของกฎหมายยาเสพติดอันตรายของมาเลเซีย ซึ่งมีโทษสถานหนักถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต โดยทางครอบครัวเชื่อมั่นว่า น.ส.ทิพวรรณ ถูกหลอกให้เป็นคนถือกระเป๋าโดยไม่ทราบว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ภายใน
ด้วยเหตุนี้ นายสมชาติ สามี จึงตัดสินใจ ให้น้องเซฟ นำหลักฐานการแชท เป็นภาพถ่ายข้อความแชทที่ระบุถึงการเตรียมตัวเดินทางและการโอนเงิน เอกสารคำฟ้อง/รายละเอียดคดีจากทางมาเลเซียที่ระบุชื่อและรายละเอียดของกลางชัดเจน การติดต่อทั้งหมด เข้ามาร้องเรียน“จ่าคิงส์“ เพื่อขอให้พาเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดีกับ "เพื่อน 2 คน" ผู้ที่แนะนำและบงการอยู่เบื้องหลังการเดินทางในครั้งนี้ให้ถึงที่สุด และเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับแฟนสาวที่ถูกหลอกไปติดคุกในต่างแดน
เบื้องต้น พงส.บก.ป. ขอฟังข้อมูลจากน้องเซฟ ลูกสาวก่อนว่าจะพิจารณาเอาผิดหญิงสองคนที่ชักจูง น.ส. ทิพวรรณ แม่เด็กไปหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมจนมาถูกจับที่สนามบินมาเลเซียได้หรือไม่ อย่างไร หลังจากนั้น จะให้นายสมชาติ (พ่อเลี้ยง)มาพบเพื่อกล่าวโทษต่อไป
เมื่อฟังข้อมูลและหลักฐานที่น้องเซฟ นำมา พงส.บก.ป.แนะนำให้ไปพบ พงส.บช.ปส.เพื่อให้ข้อมูลเบาะแส เอาผิดกับ 2 เพื่อนแสบของแม่ตามกฎหมายต่อไป






