- 11 ก.พ. 2569
ข่าวดีคนไทย ยกระดับการดูแลสุขภาพครั้งใหญ่ มุ่งเป้า "ประเทศไทยไร้มะเร็งท่อน้ำดี" งานนี้สธ.-มหาดไทย จับมือร่วมกันดูแลประชาชนถึงหน้าบ้าน
"นายกฯ อนุทิน" เป็นประธานสักขีพยานลงนาม MOU แก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยขอนแก่น มุ่งสู่เป้าหมาย "ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี"
วันนี้ (11 ก.พ. 69) เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมลงนาม โดยภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสื่อมวลชน ที่ร่วมเป็นจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการผลักดันการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนให้เกิดความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความเป็นเอกภาพ มีความเชื่อมั่นเชื่อถือซึ่งกันและกัน โดยคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง และคำนึงถึงมาตรฐานการยอมรับของทั่วโลกในระบบการสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้เรามีระบบสาธารณสุขของไทยที่สามารถยืนแถวหน้าในระดับนานาชาติได้ และได้รับการยอมรับอย่างเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงเพราะเรามีคนเก่งหรือมีองค์ความรู้ที่ดีหรือการค้นคว้าวิจัยที่ดีเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติ ในทางการทำงานเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางสุขภาพต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่เราเผชิญกับโรคระบาดทั่วโลก กระทรวงสาธารณสุขของไทยสามารถที่จะทำระบบการสาธารณสุขที่ตอบสนองและให้การดูแลพี่น้องประชาชนได้ จนกระทั่งองค์การอนามัยโลกหรือหน่วยงานระดับโลกต่าง ๆ ให้การยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางระบบการสาธารณสุขลำดับต้น ๆ ของโลก
.
"วันนี้ตนได้มีโอกาสได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจและความมั่นใจจากพี่น้องประชาชนให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย จึงนับเป็นโอกาสที่สำคัญในการรวมพลังความร่วมมือของทุกส่วน ทำให้สิ่งที่เราอยากทำให้กับคนไทยมีสุขภาพที่ดี มีความผาสุก มีความปลอดภัยจากโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งตับ และมะเร็งท่อน้ำดี โดยมีพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเป้าหมายสำคัญในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น การบูรณาการในวันนี้ต้องทำให้เกิดพลังและความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม เป็นที่ประจักษ์ชัด และมีประสิทธิภาพ และไปถึงจุดหมายของเราให้ได้ ขอให้ทุกคนยึดถือ อย่าให้มันเป็นเพียงเศษกระดาษ เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นั่นคือ "การลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ และลดการเจ็บป่วย รวมทั้งการสูญเสียชีวิตประชาชนจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว เราต้องกำหนดเป้าหมายและความสำเร็จให้ได้จากความร่วมมือของเรา อันจะเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติ ต่อพี่น้องประชาชน" นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติม
.
สำหรับโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งตับ และมะเร็งท่อน้ำดี เป็นวิกฤตปัญหาทางสุขภาพและสาธารณสุขระดับชาติที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญบนฐานการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง บนเป้าหมาย "ร่วมตัดวงจรและหยุดความสูญเสีย" ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของคนไทยที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับอันเป็นภัยเงียบคุกคามสุขภาพคนไทยกว่าครึ่งศตวรรษ และจากสถิติจะพบผู้ป่วยปีละประมาณ 15,000-20,000 ราย (โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 65,100 คนต่อปี และปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน ที่สามารถพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต
.
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ มุ่งทำให้ "ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี" ลดอัตราการติดเชื้อ เพิ่มการวินิจฉัยผู้ป่วยในระยะแรก และเพิ่มจำนวนผู้รอดชีวิตให้มากขึ้น ด้วยการสร้างความรู้การเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การจัดการ และการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง ทั้งอาหาร แหล่งน้ำ และสุขลักษณะ ค่านิยม วัฒนธรรมกินดิบ ที่ฝังรากลึกวิถีชีวิตคนไทยด้วยพลังความร่วมมือทั้งจากระดับนโยบาย ฝ่ายปฏิบัติ ภาควิชาการ ตลอดจนชุมชนและประชาชนทั่วประเทศ โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการใน 6 ด้าน ได้แก่ 1. ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบูรณาการการดำเนินงานเชิงพื้นที่ สนับสนุนและกำกับการขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ผ่านกลไกผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และกลไกภาคีในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม สุขาภิบาล และการมีส่วนร่วมของชุมชนให้เป็นเอกภาพ 2. เสริมสร้างบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการปัจจัยเสี่ยงเชิงระบบ ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การจัดการสิ่งปฏิกูล การควบคุมแหล่งแพร่กระจายพยาธิใบไม้ตับ และการจัดการอาหารปลอดภัย พร้อมทั้งผลักดันให้บรรจุประเด็นดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น แผนงาน และโครงการกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. สนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายและกฎหมายในระดับพื้นที่ ส่งเสริมการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น มาตรการ หรือแนวปฏิบัติด้านการจัดการสิ่งปฏิกูลและอาหารปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิใบไม้ตับและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี
.
4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและเครือข่ายชุมชน สนับสนุบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร และเครือข่ายภาคประชาชน ในการสื่อสารสร้างความรู้ ความตระหนัก และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชาชน รวมถึงการมีส่วนส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาในระดับชุมชน 5. เชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาคี ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธาธารณสุข มหาวิทยาลัย และหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการคัดกรอง การป้องกัน การรักษา และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากงานวิจัยในการกำหนดนโยบายและการขยายผลในระดับพื้นที่ และ 6. สนับสนุนระบบติดตาม ประเมินผล และการขยายผลอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการใช้กลไกติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานวิชาการ เพื่อพัฒนาแบบจำลองการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และสามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นได้อย่างยั่งยืน
.
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 133/2569
วันที่ 11 ก.พ. 2569






