- 11 ก.พ. 2569
เอาแล้ว ผอ.เลือกตั้ง เขต 1 ชลบุรี แจ้งความ “เจ๊ตอง-เฟิร์น” ปมบุกรุกขัดขวาง-นำใบรวมคะแนนดิบออกจากสถานที่รวมคะแนน
จากกรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2569 ในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม โดยเฉพาะบทบาทของ "เฟิร์น กนกวรรณ สร้อยสม" หญิงสาวชาวชลบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้นำประชาชนจำนวนหลายพันคนเคลื่อนไหวล้อมหีบบัตรเลือกตั้ง ที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายหีบบัตร และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ โดยยืนยันว่าทำไปเพื่อปกป้องสิทธิและความเป็นธรรมของประชาชนในพื้นที่
ล่าสุด วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เพจ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” รายงานว่า ด่วน! "ผอ.เลือกตั้ง เขต 1 ชลบุรี" แจ้งความเอาผิด 2 บุคคล ‘เจ๊ตอง-เฟิร์น’ทบุกรุกขัดขวาง-นำใบรวมคะแนนดิบ ออกจากสถานที่รวมคะแนน
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลจำนวน 2 ราย ภายหลังเกิดเหตุบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ระหว่างกระบวนการรับมอบและยุบรวมหีบเลือกตั้ง
สืบเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตการเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้มีประกาศกำหนดให้สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี เป็นสถานที่รวมคะแนนการเลือกตั้ง รับมอบหีบเลือกตั้งภายหลังปิดการลงคะแนน และดำเนินการยุบรวมหีบเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 19.00 น.
ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคลร่วมกันบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหน้าที่รับหีบเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้ง เพื่อนำไปยุบรวมพร้อมวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
รายงานระบุว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันนำใบรวมคะแนนดิบของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 เทศบาลเมืองแสนสุข ออกจากความครอบครองของทางราชการ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับ และไม่สามารถส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้ง วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ได้ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ
1. นางสาวมนัสนนัทน์ กรเกษม (เจ๊ตอง)
2. นางสาวกนกวรรณ สร้อยสม (เฟิร์น)
ในความผิดฐานบุกรุกขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยกระบวนการทางกฎหมายจะเป็นไปตามขั้นตอนต่อไป






