CIB ผนึกกำลังแนวชายแดน รวบชาวจีน 12 ราย คาดเอี่ยว “แก๊งอาชญากรรมออนไลน์”

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ผนึกกำลังแนวชายแดน รวบชาวจีน 12 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 44 เครื่อง คาดเอี่ยว “แก๊งอาชญากรรมออนไลน์”

   ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. , พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล. , พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ รอง ผบก.ทล. , พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม       รอง ผบก.ทล. , พ.ต.อ.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล. , พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง รอง ผกก.3 บก.ทล. , พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รอง ผกก.3 บก.ทล. , พ.ต.ท.ศตวรรฒ แวงแสน สว.ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.นิพนธ์ เรืองสม สว.ตม.จว.จันทบุรี. , พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล.

CIB ผนึกกำลังแนวชายแดน รวบชาวจีน 12 ราย คาดเอี่ยว “แก๊งอาชญากรรมออนไลน์”

 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. นำโดย  พ.ต.ท.ศตวรรฒ แวงแสน สว.ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. , ร.ต.อ.พิชพงษ์ พงษ์ชีพ รอง สว.ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. , ร.ต.ท.ชัยวัฒน์ วรมิตร , ร.ต.ต.ธวัชชัย แสนใจ , ร.ต.ต.อนุกูล  เกียรตินิรันดร์ รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. , ด.ต.นันท์พิพัฒน์ บุญเพิ่ม , จ.ส.ต.บรรถกร ประกอบผล ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล.

     เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ร.ต.ท.พานิช บุญอากาศ รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. , ด.ต.สาธิต หิรัญเกื้อ , ด.ต.ฐานันดร วงศ์กิมฮัว ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล.

CIB ผนึกกำลังแนวชายแดน รวบชาวจีน 12 ราย คาดเอี่ยว “แก๊งอาชญากรรมออนไลน์”

 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.อ.เมทัส มณีเมือง รอง สว.(สอบสวน)ฯ กก.2 บก.ป., ด.ต.นิติทัต หันพรม ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป., จ.ส.ต.ปฐมพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป.

     เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.จันทบุรี ร.ต.อ.ธีรศักดิ์ อริยเดช รอง สว.ตม.จ.จันทบุรี, ส.ต.อ.อวิรุทธ์ จันทรโชติ  ผบ.หมู่ ตม.จ.จันทบุรี

     เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.127 ร.ต.ท.นิคม ไพรหลวง , จ.ส.ต.ณัฐพล นาควิเชียร , ส.ต.อ.ชัยวุฒิ จอกน้อย , ส.ต.ต.กิตติพงศ์ หิมพลัด , ส.ต.ต.สุวิจักขณ์ อินราช , ส.ต.ต.ธนกร อภัยพงค์ 

     ร่วมกันจับกุมตัว  
1.นายทองบาล ฯ อายุ 53 สัญชาติ ไทย
2.นายณัฐกิตติ์ ฯ อายุ 38 ปี สัญชาติ ไทย 
ผู้ต้องหาที่ 3 – 14 สัญชาติจีน

     พร้อมด้วยของกลาง
1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ฟอร์จูเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 ขบ xx13 กทม 
2.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร่  สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน 6 กถ xx91 กทม.
3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 44 เครื่อง

     สถานที่จับกุม  ซอยลักษณะเป็นป่าสวนลำไย ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

     โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
ผู้ถูกจับลำดับที่ 1 - 2 ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวพ้นจากการจับกุม
ผู้ถูกจับลำดับที่ 3 - 14 เป็นบุคคลต่างด้าว(จีน)หลบหนีเข้ามาอยู่อาศัยในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

     พฤติการณ์  ตามนโยบายศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./หัวหน้าศูนย์ (ACSC) ได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่มีพื้นที่ติดกับแนวชายแดนฝั่งประเทศกัมพูชา โดยให้เฝ้าระวังเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ที่คาดว่าจะใช้ช่องทางธรรมชาติในการหลบหนี หรือใช้เพื่อกระทำความผิดในประเทศไทย จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการสืบสวนและปราบปราม การกระทำความผิดของบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย จึงได้ทำการสืบสวนมาโดยตลอด จนพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดมีการร่วมกันกระทำในลักษณะเครือข่าย โดยมีนายหน้าชาวกัมพูชาร่วมกับนายหน้าชาวไทย ทำการนำพากลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนหลบหนีเข้าเมืองเข้ามาในประเทศไทย เพื่อไปส่งพื้นที่ชั้นใน 

     จนกระทั่ง (10 ก.พ.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับและจากการสืบสวนทราบว่าจะมีนายหน้าชาวกัมพูชาและชาวไทย นำพากลุ่มชาวจีนลักลอบหลบหนีเข้ามา ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี  จึงได้วางแผนเพื่อสกัดจับกุม จนกระทั่งเวลา 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.127 ได้พบเห็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ฟอร์จูเนอร์สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 ขบ xx13 กทม. (รถยนต์คันที่ 1) และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ปาเจโร่ สี น้ำตาล หมายเลขทะเบียน 6 กถ xx91 กทม. (รถยนต์คันที่ 2) วิ่งมาพร้อมกัน บนถนนคอนกรีตภายในซอย โดยขับตามกันมาลักษณะต้องสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายหรือบุคคลต่างด้าวหลบซ่อนอยู่ภายในตัวรถ จึงแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. ร่วมทำการสกัดจับกุม เมื่อรถยนต์ทั้งสองคันที่ขับหลบหนีมา เห็นรถยนต์เจ้าหน้าที่ ได้ทำการกลับรถแล้วหลบหนีเข้าไปในซอยในทันที เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงรู้ได้ทันทีว่าน่าจะมีการกระทำความผิดจึงได้เร่งติดตามจับกุม โดยจับกุมได้บริเวณถนนในซอยลักษณะเป็นป่าสวนลำไย ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี พบนายทองบาลฯ เป็นผู้ขับขี่ (รถยนต์คันที่ 1) จึงขอทำการตรวจค้น 

     ผลการตรวจค้นพบบุคคลเป็นชาย สัญชาติจีน ไม่ทราบชื่อ - สกุล จำนวน 6 คน นั่งโดยสารอยู่ภายในรถคันดังกล่าว จากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบ (รถยนต์คันที่ 2) พบนายณัฐกิตติ์ฯ เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจค้นพบบุคคลเป็นชาย สัญชาติจีน ไม่ทราบชื่อ - สกุล จำนวน 6 คน นั่งโดยสารอยู่ภายในรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง ซึ่งขณะตรวจสอบบุคคลชาวจีนทั้ง 6 คน ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้

     เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญตัว นายทองบาลฯและนายณัฐกิตติ์ฯ พร้อมบุคคลชาวจีนทั้ง 12 คน มายัง หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงโป่งน้ำร้อน โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.จันทบุรี ร่วมทำการตรวจสอบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดต่อ นายหลง ฯ ซึ่งเป็นล่ามแปล ในการพูดคุยสื่อสารกับบุคคลทั้ง 12 คน จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางระหว่างประเทศ(พาสปอร์ต) พบว่าผู้ถูกจับลำดับที่ 3-12 มีเอกสารหนังสือเดินทางระหว่างประเทศ(พาสปอร์ต) แต่ไม่มีตราประทับการเข้ามาในราชอาณาจักรไทย และผู้ถูกจับลำดับที่ 13-14 ไม่พบเอกสารหนังสือเดินทางระหว่างประเทศ(พาสปอร์ต) แต่อย่างใด 

     เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ทำการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม จากการตรวจสอบน่าเชื่อว่า ชาวจีนทั้ง 12 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ และยังพบว่า 9 ใน 12 (ชาวจีน) เป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อข้อกล่าวหาและสิทธิดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จับกุมพร้อมของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

     ถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น 
นายทองบาลฯ ให้การว่าได้รับการว่าจ้างมาจากในแอพพลิเคชั่น zello โดยให้มารับคนจีน โดยทำเป็นครั้งที่ 3 รับค่าจ้างหัวละ 1,000 บาท/คน
นายณัฐกิตติ์ฯ ให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากนางฟ้า(ชาวไทย) ให้มารับคนจีน โดยทำเป็นครั้งที่ 2 โดยนางฟ้าฯ  สัญญาจะจ่ายค่าจ้าง หัวละ 500 บาท/คน

     ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  พ.ต.ท.ศตวรรฒ แวงแสน สว.ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. 
โทร.088 209 9735

CIB ผนึกกำลังแนวชายแดน รวบชาวจีน 12 ราย คาดเอี่ยว “แก๊งอาชญากรรมออนไลน์”