- 12 ก.พ. 2569
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมร่ายยาวเผยเหตุผล เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำ“การเมืองสุจริต” ได้เข้ามาทำงานต่อไป
12 กพ. 69 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมร่ายยาวถึงเหตุผล ด้วยข้อความว่า เรียนพี่น้องที่เคารพดิฉันเริ่มชีวิตการเมืองจากพรรคพลังธรรม โดยได้รับการหล่อหลอม จากพลตรีจำลอง ศรีเมือง และคุณพ่อสมพลของดิฉัน ให้ทำงานโดยยึดคุณธรรม และความสุจริตเป็นที่ตั้ง ดิฉันตระหนักเสมอว่า ดิฉันคือ “ผู้รับใช้ของประชาชน” ที่ต้องทำหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ทรยศหักหลังประชาชน ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยิ่งชีพ
ชีวิตการทำงานของดิฉันผ่านวิกฤตของประเทศมาหลายครั้ง โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตย ตลอดเส้นทางการทำงานทางการเมืองกว่า 33 ปี ดิฉันไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ และจุดยืนในการยืนหยัดกับฝ่ายประชาธิปไตย ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานหนักอย่างเต็มที่กับทุกหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายให้ ทั้งในตำแหน่ง รัฐมนตรี4 กระทรวงใหญ่ หรือเป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ในสภาเพราะดิฉันเชื่อมั่นมาตลอดว่า”การเมือง“คืองาน“อาสา”ไม่ใช่เรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ แต่คือเรื่องของความรับผิดชอบต่อประชาชน ดิฉันทำทุกหน้าที่ด้วยหัวใจที่รักประเทศนี้อย่างจริงใจ
ดิฉันหวังว่าเสมอว่ากำลังเล็กๆของดิฉันจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ดิฉันฝันอยากเห็นพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ”คนตัวเล็ก“ได้รับการดูแล และมีโอกาสที่จะมีอนาคตที่มั่นคงในประเทศนี้
แม้แต่งานสุดท้าย ที่ดิฉันกำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ก็คือหัวหน้าพรรค“ไทยสร้างไทย” ดิฉันก็ทุ่มเทเต็มความสามารถอย่างสุดหัวใจ โดยไม่เคยลังเลแต่การเมืองในปัจจุบัน อาจจะไม่มี“ที่ยืน”ให้คนที่คิด และมีอุดมการณ์อย่างดิฉัน มีปัญหาของประเทศอีกหลายเรื่องที่ดิฉันยังห่วงใยและอยากลงมือแก้ไข
โดยเฉพาะการปราบการ“คอรัปชั่น”ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยยากจน และประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งการคอรัปชั่นได้สะท้อนผ่าน การ #เลือกตั้ง69 ที่มีการใช้เงินอย่างมหาศาล รวมทั้งการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบขององค์กรอิสระ อย่าง กกต. ที่คนทั้งประเทศกำลังกังขา แต่ประชาชนไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ
ซึ่งดิฉันและพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันว่า“อำนาจของประชาชนไม่ควรมีแค่วันเลือกตั้งวันเดียว แต่ควรจะมีอำนาจในการตรวจสอบและเอาผิดคนโกงได้” โดยให้อำนาจประชาชน 50,000 คนสามารถถอดถอน นักการเมืองโคตรโกง และองค์กรอิสระอย่างกกต. รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต และให้มีการตั้งปปช. ภาคประชาชน ซึ่งถ้ามีกลไกที่ให้อำนาจประชาชนแบบนี้ วันนี้เราคงไม่ต้องทนกับการจัดเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเช่นนี้ แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเมือง ที่พรรคไทยสร้างไทยได้เพียง 2 เสียง จึงผลักดันอะไรได้ยากมาก
ดิฉันจึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แต่พรรคไทยสร้างไทยจะยังเป็น สถาบันการเมือง ที่เดินหน้าสู้เพื่อ “คนตัวเล็ก” โดยจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำ“การเมืองสุจริต” ได้เข้ามาทำงานต่อไป โดยดิฉันจะขอทำหน้าที่ภาคประชาชน ในการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อสร้างกลไกที่ให้อำนาจประชาชนในการปราบคอรัปชั่นอย่างจริงจัง
สุดท้ายนี้“ดิฉันขอกราบขอบคุณจากหัวใจ ในทุกความเชื่อมั่นในทุกกำลังใจและทุกความรักที่มอบให้ดิฉัน มาตลอดเส้นทางการต่อสู้ดิฉันจะเก็บทุกอย่างไว้ในหัวใจอย่างไม่รู้ลืมเลือนและจะเดินต่อได้วยความหวังที่จะเห็นประเทศของเรา เป็นบ้านที่มีความสุข และมีอนาคตสำหรับทุกคน”






