- 16 ก.พ. 2569
สกัดจับอดีตทหารแหกด่าน ขนไอซ์กว่า 60 กิโลกรัม ซุกท้ายรถเก๋งบนทางหลวงพิษณุโลก พบมีคดีติดตัวเมาแล้วขับ ชนแล้วหนี
ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง สกัดจับ นายกิตตินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี อดีตทหาร ในข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย, อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป , ฝ่าฝืนคำสั่งข้อบังคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งหรือ ประกาศ ห้าม หยุด หรือจอด” จับตัวได้ที่ จุดตรวจยาเสพติดบ้านท่างาม ม.2 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ต่อเนื่อง บริเวณบนถนนทางหลวงหมายเลข 11 กม.237+600 (ขาล่อง) บริเวณหน่วยบริการตรวจทางหลวงบ้านป่า ม.8 ต.บ้านป่า อ.เมือง จว.พิษณุโลก
พร้อมของกลางของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท1(ไอซ์) น้ำหนักทั้งหมดประมาณ 60 กิโลกรัม แบ่งบรรจุไว้อยู่ในกระสอบ จำนวน 2 กระสอบ ภายในกระสอบทั้ง 2 กระสอบ มีถุงชายี่ห้อ GUANYIN ซึ่งบรรจุไอซ์ ถุงละประมาณ 1 กิโลกรับ รวมทั้งหมดจำนวน 60 ถุง พบซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายของรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา
2. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา เลขทะเบียน จ.ยโสธร 1 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung สีดำ 1 เครื่อง
4. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung สีดำ (ชำรุด) 1 เครื่อง
5. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ IPhone สีดำ (ชำรุด) 1เครื่อง
โดยเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมของ สถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์ ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ร่วมกันตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นยาเสพติด บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 (ขาล่อง) สายอุตรดิตถ์–พิษณุโลก บริเวณจุดตรวจบ้านท่างาม หมู่ที่ 2 ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ทะเบียน ยโสธร ขับเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ได้ให้สัญญาณหยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดและเร่งเครื่องหลบหนีออกจากจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงขับรถสายตรวจติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่า ช่วยสกัดจับต่อมาสามารถควบคุมรถคันดังกล่าวได้ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 กม.237+600 ตำบลบ้านป่า อำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่
ทราบชื่อคือ นายกิตตินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี อดีตข้าราชการทหาร จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหามีอาการพิรุธ สั่นประหม่า และให้การวกวน เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้นรถ โดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนการตรวจค้น และผู้ต้องหาให้ความยินยอมในการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นบริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ พบกระสอบสีเหลืองจำนวน 2 กระสอบ ภายในบรรจุถุงชาบรรจุวัตถุเกล็ดสีขาวใสคล้ายยาไอซ์ และยังพบเครื่องแบบทหารอยู่ภายในรถ เชื่อว่า นายกิตตินันท์ฯ ใช้เครื่องแบบทหารที่แขวนไว้หลังรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาที่เจอด่านตรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมายังสถานีตำรวจ และประสานเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดภาค 6 ร่วมตรวจสอบ โดยใช้น้ำยาทดสอบ พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 60 กิโลกรัมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลไม่ทราบชื่อ ให้เดินทางไปรับยาเสพติดที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัด เชียงราย
ก่อนนำกลับมาซุกซ่อนในรถยนต์ของตน เพื่อขนส่งไปยังกรุงเทพมหานคร กระทั่งมาถูกเรียกตรวจและพยายามหลบหนีจนถูกสกัดจับกุมได้ดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งให้หยุดรถ”พร้อมแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วัดโบสถ์ ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้พบว่าผู้ต้องหามีประวัติเคยก่อเหตุ “เมาแล้วขับ ชนแล้วหนี” โดยขับรถชนหญิงวัย 51 ปี เสียชีวิตที่ จ.ลพบุรี แล้วหลบหนี ก่อนจะถูกพลเมืองดีช่วยกันสกัดรถไว้ได้ โดยหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้มอบเงินค่าปลงศพเป็นจำนวน 5,000 บาท สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา






