- 18 ก.พ. 2569
นึกไม่ถึง พ่อนายแอล ยอมพูดนิสัยแท้จริงลูกชาย ก่อนก่อเหตุระทึกข้ามจังหวัด ยิ่งตกใจหลังรู้ว่าสะสมอะไรไว้ในบ้าน
เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ในอำเภอจ.อยุธยา เร่งไล่ล่ามือยิงรถกู้ภัยที่หลบหนีข้ามจังหวัด หลังสืบสวนพบเบาะแสสำคัญ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนอย่างหนัก ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
รายงานระบุว่า เมื่อเวลา 11:00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมกำลังสนับสนุน ได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ในอำเภอจ.อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังทราบข้อมูลว่าผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งก่อเหตุยิงรถกู้ภัย ได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างเตรียมเข้าจับกุมตัว
คดีนี้สืบเนื่องจากช่วงดึกวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุขับรถกระบะตู้ทึบใช้อาวุธปืนยิงใส่รถเจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวน 2 นัด บนถนนมอเตอร์เวย์ พื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยอ้างว่าเกิดการทะเลาะกับแฟนสาวและจอดรถข้างทาง ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเข้ามาเตือนว่าเป็นจุดอันตราย ทำให้เกิดความไม่พอใจและก่อเหตุยิง ก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถพบใบกระท่อมจำนวนมากอยู่ท้ายกระบะ
ต่อมาผู้ก่อเหตุได้หลบหนีกลับไปยังบ้านพักในอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และก่อเหตุซ้ำด้วยการจับตัวพ่อตาขึ้นรถกระบะ ใช้เป็นตัวประกันเพื่อบังคับให้ภรรยากลับมาคืนดี ก่อนขับรถหลบหนีมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทั่งพ่อตาอาศัยจังหวะกระโดดหนีออกจากรถและเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างปลอดภัย
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ก่อเหตุ พบอาวุธปืนรวม 7 กระบอก แต่ผู้ก่อเหตุไหวตัวทัน หลบหนีออกทางหน้าต่างพร้อมพกอาวุธปืนติดตัวไปด้วย ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความหวาดผวา โรงเรียนในเขตลาดหลุมแก้วกว่า 13 แห่ง ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราว
ขณะเดียวกัน ล่าสุดมีรายงานบทสัมภาษณ์จากครอบครัวของนายแอล ผู้ก่อเหตุ โดยพ่อของนายแอลเปิดเผยว่า ลูกชายเป็นคนตั้งใจทำมาหากิน ภายในบ้านมีอาวุธปืนรวม 7 กระบอก ซึ่งเป็นของตนเองและของลูกชาย ครอบครัวประกอบธุรกิจขายใบกระท่อม
พ่อของผู้ก่อเหตุยังระบุอีกว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วัน ภรรยาของนายแอลได้นำเงินไปเล่นสล็อตจนหมด ทำให้ขาดเงินหมุนเวียนในการค้าขาย และยังพบว่าฝ่ายหญิงมีความสัมพันธ์กับชายอื่นหลายคน ซึ่งคาดว่าอาจเป็นชนวนเหตุที่ทำให้นายแอลเกิดความโกรธและนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ไม่ทราบว่าลูกชายหลบหนีไปอยู่ที่ใด รู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก และขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการด้วยความระมัดระวัง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดล้อมพื้นที่ในอำเภอจ.อยุธยาอย่างเข้มงวด เพื่อเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






