- 19 ก.พ. 2569
บานตะไท เปิดพิกัดจำหน่าย ผ้าอนามัยเถื่อน หลังโกดังโดนตำรวจลง ใครมีอยู่ในบ้าน ให้ทิ้งทันที บอกเลยอันตรายมาก
จากกรณีที่ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ผนึกกำลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายลักลอบเก็บและจำหน่ายผ้าอนามัยเถื่อน ไม่มีเลขจดแจ้ง แสดงฉลากไม่ถูกต้อง และโฆษณาสรรพคุณเกินจริง รวม 6 ยี่ห้อ ยึดและอายัดของกลางกว่า 1.2 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท สะท้อนปัญหาสินค้าสุขอนามัยผิดกฎหมายที่ยังแพร่ระบาดหนักในตลาดออนไลน์
การตรวจค้นจุดแรก เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. เข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บสินค้าในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ภายใต้หมายค้นศาลแขวงธนบุรี พบ น.ส.อริยา อายุ 32 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ ตรวจพบผ้าอนามัยแบบกางเกงหลายยี่ห้อที่ไม่แสดงฉลากภาษาไทย และไม่มีเลขจดแจ้ง รวมถึงการเตรียมสติกเกอร์ฉลากภาษาไทยไว้ติดภายหลัง ลักษณะหลบเลี่ยงกฎหมายอย่างชัดเจน
จากการตรวจยึด พบของกลางทั้งผ้าอนามัย ยี่ห้อ Paileesha, Meniaoes, MeMeeie, HUSHUMEI และ MIIOW รวมถึงน้ำยาซักผ้าและวัตถุอันตราย รวม 9 รายการ จำนวน 1,765 ชิ้น มูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า การไม่มีฉลากภาษาไทยและเลขจดแจ้ง ถือเป็นความผิดที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง
ส่วนจุดที่สอง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโกดังจัดเก็บสินค้าและสถานที่ไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาคร พบนายฑิตาธร อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ ตรวจพบผ้าอนามัยยี่ห้อ Lyn Mie จำนวนมหาศาล ถูกนำมาจำหน่ายทั้งในรูปแบบไม่มีเลขจดแจ้ง แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ใช้เลขจดแจ้งของผลิตภัณฑ์อื่น และบางรายการยังโฆษณาสรรพคุณเกินจริง อ้างยับยั้งแบคทีเรียและปรับสมดุลชีวภาพ
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดผ้าอนามัยยี่ห้อ Lyn Mie รวม 4 รายการ จำนวนกว่า 1.28 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท โดยระบุพฤติการณ์ชัดเจนว่าเป็นการผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางผิดกฎหมาย เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์และไลฟ์สด ซึ่งเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากโดยขาดการตรวจสอบ
สรุปผลปฏิบัติการ ตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดและอายัดของกลางรวม 13 รายการ แบ่งเป็นผ้าอนามัย 11 รายการ รวม 1,288,804 ชิ้น และวัตถุอันตราย 2 รายการ รวม 572 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 20,200,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด พร้อมเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อสินค้าราคาถูกหรือคำโฆษณาเกินจริง และควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเลขจดแจ้งและฉลากถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ตามรายการระบุว่า พิกัดที่ ผ้าอนามัยดังกล่าวได้จัดจำหน่ายนั้น ส่วนใหญ่เป็นในตลาดออนไลน์ นั่นหมายความว่า หากมีใครสั่งก็จะจัดส่งไปทั่วประเทศไทย ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ก็กลายเป็นเหยื่อในครั้งนี้ได้






