- 20 ก.พ. 2569
ปปง. เดินหน้ายึดและอายัดทรัพย์สินคดีฉ้อโกง “ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย” กว่า 34 ล้านบาท เตรียมส่งสำนวนให้อัยการยื่นฟ้องศาลเพื่อให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
ปปง. เดินหน้ายึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ในคดีพนันเครือข่าย “ธาดา” และคดีฉ้อโกง “ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย” ยึดทรัพย์สินกว่า 34 ล้านบาท พร้อมเตรียมส่งสำนวนให้อัยการยื่นฟ้องศาลเพื่อให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน และนำเงินคืนเยียวยาผู้เสียหายในหลายคดีที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 20 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 69 (เพิ่มเติม) โดยที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานหลายประเภท อาทิ คดียาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงที่มีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ จากการสรุปผลการดำเนินงานที่น่าสนใจ นอกเหนือจาก 4 คดีขบวนการสแกมเมอร์ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ ปปง.ได้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินรวม 1,307 รายการ ใน 58 รายคดี รวมมูลค่ากว่า 778 ล้านบาท ประกอบด้วย
ดังนี้ 1.รายคดีนายเฟรดี้ กับพวก กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติด คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 11 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท (คำสั่ง ย.30/2569)
2.รายคดีนายธาดา กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 53 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด สินทรัพย์ดิจิตอล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 421 ล้านบาท (คำสั่ง ย.25/2569)
3.รายคดีนายธนวันต์ กับพวก กรณีอ้างตัวเป็นผู้มีความรู้ศาสตร์ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย ใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการนำเสนอขายหินแกะสลักที่อ้างว่านำเข้าจากประเทศจีน และผ่านการทำพิธีปลุกเสกมาแล้ว เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 105 รายการ เช่น เงินสด เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.22/2569)
4.รายคดี บริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีชักชวนให้ซื้อห้องชุดโครงการต่าง ๆ และมีการจ่ายผลตอบแทนหมุนเวียน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 31 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 53 ล้านบาท (คำสั่ง ย.46/2569)
5.รายคดีนายไพบูลย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการกรรโชกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ จากพฤติการณ์ข่มขู่ เรียกรับเงินจากผู้ได้รับงานประมูลจากภาครัฐ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 30 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 33 ล้านบาท (คำสั่ง ย.44/2569)
นอกจากนี้ ยังได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 276 รายการ มูลค่าประมาณ 109 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.รายคดี บริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่นฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกลวงให้ร่วมลงทุนซิมการ์ดโทรศัพท์และตู้เติมเงิน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 101 รายการ เช่น เงินสด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทองรูปพรรณ วัตถุมงคล ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 67 ล้านบาท (คำสั่ง ย.288/2568) 2.รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายฯ ชื่อบัญชี นายสมพลชัย กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกผู้เสียหายว่าเป็นผู้กระทำความผิดและให้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 71 รายการ
เช่น เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.287/2568) 3.รายคดี นายกันชัย กับพวก กรณีพฤติการณ์เกี่ยวกับขบวนการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 16 รายการ เช่น เครื่องประดับและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.290/2568)
สำนักงาน ปปง. รายงานด้วยว่า ปปง. ยังได้มีการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 รายคดี ทรัพย์สิน 196 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.รายคดี นายสรวิศิษฎ์ กับพวก กรณีหลอกลวงผู้เสียหายว่าติดต่อจากกรมบัญชีกลาง เรื่องรับเงินบำนาญและให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ทำการควบคุมโทรศัพท์มือถือ อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน 10 ราย)
ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 49 รายการ มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท (คำสั่ง ย.266/2568) 2.รายคดี น.ส.สุนิสา กับพวก กรณีเจ้าหน้าที่มูลนิธิทุจริตเบิกถอนเงิน อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง (แยกคดีในชั้นศาลเป็น 2 สำนวนคดี) คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน รวมในครั้งนี้ 42 รายการ มูลค่าประมาณ 18 ล้านบาท (คำสั่งย.186/2568 และ ย.285/2568)






