- 21 ก.พ. 2569
ปิดคดีสะเทือนขวัญยานนาวา รวบชายเมียนมาบุกบ้านกลางดึก ใช้มีดจ่อปากเหยื่อบังคับโอนเงิน ก่อนหนีซุกห้องเช่า สุดท้ายไม่รอด สน.บางโพงพางตามรวบคาเตียง
ปิดเกมคดีสะเทือนขวัญชาวยานนาวา เมื่อคนร้ายต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าบ้านพักยามวิกาล ถือมีดจี้ปากหญิงสาวถึงในห้องนอน บังคับให้โอนเงิน ก่อนหลบหนีอย่างใจเย็น สุดท้ายถูกฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง แกะรอยกล้องวงจรปิดตามรวบได้ภายในวันเดียว
ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สมสิทธิ์ สันทัสนะโชค ผกก.สน.บางโพงพาง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมชุดสืบสวน เร่งล่าตัวคนร้าย หลังรับแจ้งเหตุชิงทรัพย์อุกอาจเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
บุกถึงห้องนอน ใช้มีดปิดปาก ขู่ให้โอนเงิน
เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.40 น. น.ส.ฐานิตา โง้วศิริ อายุ 33 ปี เข้าแจ้งความว่า ขณะพักผ่อนอยู่ชั้น 2 ของบ้านพักในซอยนนทรี 14 แยก 7 แขวงช่องนนทรี ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ก่อนพบชายแปลกหน้าถือมีดบุกเข้ามาถึงตัว ใช้มือปิดปากเพื่อไม่ให้ร้องขอความช่วยเหลือ
ผู้เสียหายอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัวต่ออันตราย จึงยอมโอนเงิน 2,000 บาท จากบัญชีธนาคารกสิกรไทยของตน ไปยังบัญชีชื่อ MR. TIN TUN AUNG หลังได้เงิน คนร้ายปีนรั้วหลังบ้านหลบหนีไปในความมืด
ตำรวจแกะรอยกล้องวงจรปิด ล็อกเป้าห้องเช่าย่านสาธุฯ โดยฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125i หลบหนีผ่านถนนนนทรี มุ่งหน้าถนนสาธุประดิษฐ์ ก่อนเลี้ยวเข้าซอยสาธุประดิษฐ์ 57 แยก 6 (ปรีชา 3)
กระทั่งเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจสอบห้องเช่าแห่งหนึ่ง แขวงบางโพงพาง พบชายต้องสงสัยมีตำหนิรูปพรรณตรงกับภาพวงจรปิด ทราบชื่อภายหลังคือ MR. AUNG YE KYAW อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา
เมื่อแสดงภาพหลักฐานให้ดู เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ และเอกสารส่วนตัวเจอเพิ่มผิดกฎหมายซ้ำซ้อน
จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มรวม 3 ข้อหา ได้แก่
• บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ
• ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยเข้าทางที่มิได้จัดไว้เป็นทางเข้า และโดยมีอาวุธ
• เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ครบถ้วนแล้ว
ตำรวจเตรียมขยายผลเส้นทางการเงิน และตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นในพื้นที่หรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์ถือว่าอุกอาจและไม่เกรงกลัวกฎหมาย






