อุกอาจกลางกรุง เมียนมาบุกเดี่ยวกลางดึก จี้เหยื่อถึงห้องนอน

ปิดคดีสะเทือนขวัญยานนาวา รวบชายเมียนมาบุกบ้านกลางดึก ใช้มีดจ่อปากเหยื่อบังคับโอนเงิน ก่อนหนีซุกห้องเช่า สุดท้ายไม่รอด สน.บางโพงพางตามรวบคาเตียง

ปิดเกมคดีสะเทือนขวัญชาวยานนาวา เมื่อคนร้ายต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าบ้านพักยามวิกาล ถือมีดจี้ปากหญิงสาวถึงในห้องนอน บังคับให้โอนเงิน ก่อนหลบหนีอย่างใจเย็น สุดท้ายถูกฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง แกะรอยกล้องวงจรปิดตามรวบได้ภายในวันเดียว

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สมสิทธิ์ สันทัสนะโชค ผกก.สน.บางโพงพาง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมชุดสืบสวน เร่งล่าตัวคนร้าย หลังรับแจ้งเหตุชิงทรัพย์อุกอาจเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
 

อุกอาจกลางกรุง เมียนมาบุกเดี่ยวกลางดึก จี้เหยื่อถึงห้องนอน

อุกอาจกลางกรุง เมียนมาบุกเดี่ยวกลางดึก จี้เหยื่อถึงห้องนอน

 

บุกถึงห้องนอน ใช้มีดปิดปาก ขู่ให้โอนเงิน

เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.40 น. น.ส.ฐานิตา โง้วศิริ อายุ 33 ปี เข้าแจ้งความว่า ขณะพักผ่อนอยู่ชั้น 2 ของบ้านพักในซอยนนทรี 14 แยก 7 แขวงช่องนนทรี ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ก่อนพบชายแปลกหน้าถือมีดบุกเข้ามาถึงตัว ใช้มือปิดปากเพื่อไม่ให้ร้องขอความช่วยเหลือ

ผู้เสียหายอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัวต่ออันตราย จึงยอมโอนเงิน 2,000 บาท จากบัญชีธนาคารกสิกรไทยของตน ไปยังบัญชีชื่อ MR. TIN TUN AUNG หลังได้เงิน คนร้ายปีนรั้วหลังบ้านหลบหนีไปในความมืด

ตำรวจแกะรอยกล้องวงจรปิด ล็อกเป้าห้องเช่าย่านสาธุฯ โดยฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125i หลบหนีผ่านถนนนนทรี มุ่งหน้าถนนสาธุประดิษฐ์ ก่อนเลี้ยวเข้าซอยสาธุประดิษฐ์ 57 แยก 6 (ปรีชา 3)

อุกอาจกลางกรุง เมียนมาบุกเดี่ยวกลางดึก จี้เหยื่อถึงห้องนอน

 

กระทั่งเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจสอบห้องเช่าแห่งหนึ่ง แขวงบางโพงพาง พบชายต้องสงสัยมีตำหนิรูปพรรณตรงกับภาพวงจรปิด ทราบชื่อภายหลังคือ MR. AUNG YE KYAW อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา

เมื่อแสดงภาพหลักฐานให้ดู เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ และเอกสารส่วนตัวเจอเพิ่มผิดกฎหมายซ้ำซ้อน

 

อุกอาจกลางกรุง เมียนมาบุกเดี่ยวกลางดึก จี้เหยื่อถึงห้องนอน

 

จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มรวม 3 ข้อหา ได้แก่

• บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ
• ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยเข้าทางที่มิได้จัดไว้เป็นทางเข้า และโดยมีอาวุธ
• เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ครบถ้วนแล้ว

ตำรวจเตรียมขยายผลเส้นทางการเงิน และตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นในพื้นที่หรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์ถือว่าอุกอาจและไม่เกรงกลัวกฎหมาย