ราชกิจจาฯประกาศให้ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ราชกิจจาฯประกาศกฎกระทรวง กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิด ได้แก่ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ

มีรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 15 ก เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 ลงนามโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2. ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นลำดับที่ 22-24 ของสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในบัญชี ๒ บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำท้ายกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2567

ราชกิจจาฯประกาศให้ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

 

 

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ โดยที่ปัจจุบันวาฬหลังค่อม (Megapteranovaeangliae) วาฬเบลนวิลล์ (Mesoplodon densirostris) และโลมาริสโซ (Grampus griseus)มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามธรรมชาติจากการทำประมงและการล่าเพื่อนำไปจัดแสดงในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ได้

 

 

ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora : CITES) ที่กำหนดให้วาฬหลังค่อม(Megaptera novaeangliae) เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 1 ส่วนวาฬเบลนวิลล์ (Mesoplodon densirostris) และโลมาริสโซ (Grampus griseus) เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 2 จึงมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้