- 28 ก.พ. 2569
อินฟลูสาวสวยชื่อดัง ร้องถูกโรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังกลางกรุง (มีดารา คนดัง แห่ไปทำเยอะมาก) ทำจมูกเน่า ทั้งที่เสียค่าทำจมูกกว่า 400,000 บาท เตือนภัยสาว ๆ ทุกคน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมนำภาพถ่ายจมูกตนเองที่ได้รับความเสียหายและติดเชื้อจากการศัลยกรรมแก้ทรงจมูกกับโรงพยาบาลศัลยกรรมดังขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร
พร้อมเล่าว่า เมื่อเดือน ส.ค. 68 ตนได้เดินทางไปขอคำปรึกษากับทางโรงพยาบาลศัลยกรรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขทรงจมูกที่เคยศัลยกรรมจากโรงพยาบาลอื่นมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากรูปทรงจมูกไม่สวยและจมูกเริ่มหักพังเล็กน้อย จึงอยากแก้ไขทรงจมูก ซึ่งแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งนี้ยืนยันว่าสามารถแก้ไขได้ ในราคา 400,000 บาท ซึ่งตนมองว่าเป็นราคาที่พอรับได้ เนื่องจากไปสอบถามโรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งอื่น ส่วนใหญ่ราคาการแก้ไขทรงจมูกอยู่ที่ประมาณ 700,000 บาท ตนจึงตัดสินใจทำศัลยกรรมแก้ทรงจมูกกับโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยมีแพทย์ชายรายหนึ่งเป็นผู้ทำการศัลยกรรม ซึ่งค่อนข้างมีชื่อเสียง และโรงพยาบาลแห่งนี้ก็มีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมจมูก มีคนดังและดาราไปทำจำนวนมาก ตนจึงเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมแพทย์ เป็นการแก้ไขด้วยการนำแท่งซิลิโคนเก่าออก และใช้กระดูกซี่โครงของตนเองทดแทน แต่หลังทำได้เพียง 1 เดือน พบว่าจมูกมีความผิดปกติ คือ ภายในจมูกมีอาการอักเสบ เจ็บปวด จนเนื้อด้านในแกนจมูกค่อย ๆ กัดลึกลงไป จนเรียกได้ว่าจมูกติดเชื้อ
เมื่อตนพบปัญหาดังกล่าว จึงพยายามกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อขอคำปรึกษา แต่ได้รับคำตอบเพียงว่าเป็นกระบวนการรักษาตามธรรมชาติของร่างกาย จวบจนขณะนี้อาการลุกลามรุนแรงมากแล้ว ตนพยายามทวงถามความรับผิดชอบจากทางโรงพยาบาล เพราะได้จ่ายเงินค่าศัลยกรรมไปกว่า 400,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลเสนอเงินชดเชยในยอดที่ต่ำกว่า ไล่ตั้งแต่ 10,000 บาท 50,000 บาท และจบที่ 100,000 บาท ซึ่งตนไม่สามารถยอมรับได้ เพราะยอดที่จ่ายไปสูงถึง 400,000 บาท เป็นเงินที่เก็บสะสมจากการรับรีวิวสินค้าออนไลน์ เพียงต้องการให้คืนเงินเต็มจำนวน เพื่อนำไปรักษากับโรงพยาบาลอื่น แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันว่าไม่สามารถคืนเต็มจำนวนได้ และเสนอให้เข้ารับการรักษาต่อที่เดิม ซึ่งตนไม่กล้าแล้ว เพราะเกิดความกลัว ตั้งแต่เกิดเรื่องมีอาการแพนิก ตัวสั่นทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ ส่งผลกระทบต่อการทำงาน รายได้ลดลง จากเดิมที่เปิดหน้ารีวิวสินค้าได้ ปัจจุบันไม่กล้าแม้แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายหน้าตัวเอง เพราะจมูกเปลี่ยนรูปทรงไปมาก ทำให้ขาดความมั่นใจ
น.ส.บี เล่าอีกว่า รู้จักโรงพยาบาลแห่งนี้เพราะมีชื่อเสียง และแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมก็เป็นที่รู้จักมานาน โรงพยาบาลมีขนาดใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ เมื่อยืนยันว่าแก้ไขได้ในราคาที่แจ้ง ตนจึงยินดีทำ แต่เมื่อจ่ายเงินแล้ว ผลกลับไม่เป็นไปตามที่ปรึกษากันไว้ การพูดคุยกับแพทย์ยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บปวด เพราะแพทย์ระบุว่าเงิน 400,000 บาทนั้นน้อยมาก และแทบไม่ได้อะไรจากเงินก้อนนี้ อีกทั้งโรงพยาบาลมีฐานะดี จึงมองว่าทางโรงพยาบาลและแพทย์ไม่ได้ช่วยรับผิดชอบ แผลติดเชื้อในจมูกครั้งนี้ ตนรักษาโดยทายาขี้ผึ้งตามที่โรงพยาบาลให้มาอย่างต่อเนื่อง 7 เดือน แต่ยังคงมีอาการหายใจไม่สะดวก เหมือนคนเป็นภูมิแพ้ตลอดเวลา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น ตนเคยโพสต์เล่าเรื่องในกลุ่ม Facebook และมีผู้ติดต่อมาว่าเคยศัลยกรรมกับแพทย์รายเดียวกันและมีปัญหาคล้ายกัน บางรายถึงขั้นมีรูที่จมูกสำหรับการหายใจ แต่ไม่กล้าร้องเรียนเพราะกลัว อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เพราะที่ผ่านมาเชื่อมั่นและทำตามคำแนะนำทุกอย่าง แต่ไม่ดีขึ้น หากย้อนเวลากลับไปได้คงไม่ตัดสินใจทำ เพราะการรักษาภายหลังยากมาก และไม่ทราบว่าแพทย์เป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนของโรงพยาบาลหรือไม่ เนื่องจากมีภาพอยู่ในสื่อประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล และจนถึงขณะนี้ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษจากทางโรงพยาบาลแม้แต่ครั้งเดียว
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า จะพาผู้เสียหายไปขอคำปรึกษาและประสานงานกับทาง สคบ. และขอฝากถึงโรงพยาบาลว่า แม้ผู้เสียหายเคยทำที่อื่นแล้วไม่สวย แต่ได้พักจมูกมาแล้ว 6 เดือน ก่อนเข้ารับการแก้ไข เมื่อโรงพยาบาลยืนยันว่าทำได้ ผู้เสียหายจึงจ่ายเงิน 400,000 บาท เพราะเชื่อมั่น แม้โรงพยาบาลอาจมองว่าเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่สำหรับคนทำงานเก็บเงินเอง ถือเป็นเงินก้อนใหญ่ จึงอยากให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้เสียหายด้วย เพราะจ่ายเงินไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้






