"อนุทิน"สั่งเตรียมอพยพคนไทยตะวันออกกลาง ในพื้นที่สู้รบ

นายกฯอนุทิน สั่งเตรียมอพยพคนไทยตะวันออกกลาง เรียกประชุม สมช.- เอกชน - หอการค้า 2 มี.ค. ประเมินทุกมิติ ลดผลกระทบถึงไทย

(1 มี.ค.69 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางว่า ได้รับรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และได้สั่งการให้เร่งเตรียมแผนช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่สู้รบ

รัฐบาลได้ประสานกองทัพอากาศและผู้บัญชาการทหารอากาศ เตรียมความพร้อมอากาศยานเพื่อรับคนไทยกลับประเทศ โดยเฉพาะในอิหร่าน ทั้งนี้ เครื่องบินทหารอาจต้องแวะเติมเชื้อเพลิงหลายจุด จึงอยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การเช่าเหมาลำ เพื่อให้การอพยพทำได้รวดเร็วที่สุด

"อนุทิน"สั่งเตรียมอพยพคนไทยตะวันออกกลาง ในพื้นที่สู้รบ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบันมีการปิดน่านฟ้าบางพื้นที่ จึงอาจต้องอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สามก่อน แล้วจึงจัดเที่ยวบินรับกลับประเทศไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังตรวจสอบเส้นทางการบินและเงื่อนไขด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

ด้านผลกระทบเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมมาตรการรองรับทุกรูปแบบ เนื่องจากสถานการณ์อาจกระทบค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และต้นทุนพลังงาน โดยต้องทำให้ผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

"อนุทิน"สั่งเตรียมอพยพคนไทยตะวันออกกลาง ในพื้นที่สู้รบ

กระทรวงแรงงานรายงานว่า คนไทยในพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมกว่า 70,000 คน ในจำนวนนี้อยู่ในอิหร่านประมาณ 7,700 คน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความพร้อมด้านอากาศยานของไทยมีเพียงพอ แต่การดำเนินการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประเทศปลายทาง โดยได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงคมนาคม รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้เที่ยวบินพิเศษของรัฐบาลเพื่อบินตรงหากสามารถดำเนินการได้
 

รัฐบาลยืนยันจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยปลอดภัย หากประสงค์เดินทางกลับประเทศ ไทยพร้อมจัดเที่ยวบินไปรับทันที

สำหรับการประเมินสถานการณ์ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือป้องกันไม่ให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบรุนแรง และต้องเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน

ขณะเดียวกันได้ขอให้คนไทยในพื้นที่ติดตามคำแนะนำของสถานเอกอัครราชทูตอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการและสายด่วนช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ วันที่ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น. จะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อนประชุมร่วมทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ธนาคาร และหอการค้า เพื่อดูแลการค้า การนำเข้า–ส่งออก และพิจารณามาตรการดูแลราคาไม่ให้กระทบผู้บริโภคในประเทศ