ทลายเครือข่ายบัญชีม้า รับจ้างกดเงินส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จับกุมเครือข่ายบัญชีม้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกันจับกุม นายธานีฯ อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)" และจับกุม นายดุลยวัตฯ อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเป็นธุระจัดหาบัญชีเงินฝาก" โดยสามารถจับกุมนายธานีฯ ได้ที่บริเวณหน้าห้องเช่าในพื้นที่ ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง และจับกุมนายดุลยวัตฯ ได้ที่บริเวณปากซอยรามคำแหง 162/1 เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร

ทลายเครือข่ายบัญชีม้า รับจ้างกดเงินส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน

พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ข่มขู่จนหลงเชื่อและโอนเงินไปให้คนร้ายรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5,259,231 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ปทส. จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ โดยมีบอสใหญ่เป็นชาวจีนอยู่เบื้องหลัง และมีผู้ร่วมขบวนการชาวไทยหลายราย จากการสืบสวนพบว่า นายธานีฯ ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) จากนั้นจะส่งมอบบัญชีให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อใช้รับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย เมื่อเงินถูกโอนเข้ามาแล้ว จะมีกลุ่มที่ทำหน้าที่รับจ้างกดเงิน ซึ่งมีนายดุลยวัตฯ เป็นหนึ่งในผู้ทำหน้าที่ตระเวนกดเงินสดจากตู้ ATM ตามคำสั่ง โดยมีนายศุภเกียรติฯ ทำหน้าที่เช่ารถยนต์และขับพานายดุลยวัตฯ และทีมกดเงินคนอื่นๆ

ทลายเครือข่ายบัญชีม้า รับจ้างกดเงินส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน

ไปยังจุดต่างๆ เพื่อกดเงินสดออกมา จากนั้นจะรวบรวมเงินทั้งหมดนำไปส่งมอบให้กับหัวหน้าแก๊งชาวจีนต่อไป เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายดุลยวัตฯ พบของกลางเป็นเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และได้เชิญตัวนายศุภเกียรติฯ ซึ่งอยู่กับนายดุลยวัตฯ ขณะจับกุม มาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีด้วยเช่นกัน เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายดุลยวัตฯ และนายศุภเกียรติฯ ให้การว่าได้รับค่าจ้างครั้งละ 3,000 บาทต่อการกดเงิน 1 ครั้ง และทำมาแล้วประมาณ 5 เดือน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. สั่งการให้ พ.ต.ท.บรรลพ สมพงษ์ สว.กก.5 บก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. ดำเนินการ