- 04 มี.ค. 2569
ผู้เสียหายเดินหน้าเอาผิด อดีตนางเอกดัง ร. ชวนลงทุนทำซีรีส์ สูญเงิน 10 ล้านไปเปล่า ลั่น ขอเอาเข้าคุกได้ก็ยังดี
เวลา 10.45 น. วันที่ 4 มี.ค. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์พาผู้เสียหายเข้าร้องกองปราบฯ เอาผิดดาราสาวช่องหลากสี อดีตนางเอกดัง ร. และเจ้าของ Meta One แพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์กับพวก หลังหลอกผู้เสียหายให้ลงทุนสร้างซีรีส์วาย เรื่อง "รักสุดท้ายนายไม่ยิ้ม" แต่สุดท้ายผ่านมา 3 ปี ซีรีส์กลับถ่ายทำไม่จบ เพราะนายทุนไม่จ่ายเงินให้กองถ่าย และไม่ได้ออนแอร์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 13 ล้านบาท
คุณน้อง พิมพ์รดา อายุ 34 ปี แม่ค้าออนไลน์ ที่ลงทุนกับซีรีส์เรื่องนี้ไปกว่า 10 ล้านบาท เล่าว่า 3 ปีก่อน เพื่อนของสามี ซึ่งปัจจุบันได้เลิกรากันไปแล้ว ได้ชักชวนให้รู้จักกับดารา ร. จากนั้นดารา ร. ทำตัวเป็นนายหน้า พาไปรู้จักกับชายรายหนึ่งที่ร้านอาหารย่านรามอินทรา ซึ่งชายรายดังกล่าวเป็นนักลงทุนและเจ้าของแอป Meta One ได้ชักชวนให้ตนเองลงทุนทำซีรีส์ร่วมกัน มีการพาไปดูกองถ่ายที่กำลังถ่าย Pilot Teaser หรือวิดีโอตัวอย่างซีรีส์ก่อนถ่ายทำจริง ได้เห็นดาราที่จะมาแสดงจริงที่กองถ่าย ทำให้ยิ่งเชื่อมั่นว่ามีการถ่ายทำซีรีส์จริง และจะได้เงินลงทุนคืนจริง จึงนำบ้านไปขายฝากกับธนาคาร เพื่อนำเงินไปลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ส่วนดารา ร. จะได้ค่านายหน้าจากการหานักลงทุนอย่างตนเอง
แต่สุดท้ายผ่านมา 3 ปี ซีรีส์ถ่ายทำไปแล้ว 80% ขาดอีกเพียง 4 ตอนก็จะจบ แต่กองถ่ายต้องหยุดเพราะไม่มีเงินจ่าย เมื่อซีรีส์ไม่ได้ออกอากาศ ตนเองจึงไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว ดังนั้นจึงอยากแจ้งความให้ผู้ที่กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ชายรายดังกล่าวยังเปิดแอปฯ Meta One ให้ประชาชนลงทุนซื้อหุ้นทำธุรกิจ หุ้นละ 3,000-300,000 บาท ตามแต่ราคาแพ็กเกจ ผู้สูงอายุบางรายป่วยเป็นมะเร็งก็มาลงทุน แต่ไม่เคยได้เงินคืน บางคนเห็นว่ายอดเงินไม่มากจึงไม่ไปแจ้งความ
ด้านแม่แดง อายุ 77 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่นำเงินไปลงทุน กล่าวว่า กรณีของตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับดารา ร. แต่ได้รับการชักชวนจากเพื่อนวัยเดียวกันให้มาลงทุนกับแอปฯ Meta One เพราะบริษัทดังกล่าวมีทั้งร้านอาหารและธุรกิจหลายประเภท เวลาไปประชุมผู้ถือหุ้นก็มีอาหารอย่างดีเลี้ยงดู
แม่แดงระบุว่า ตนลงทุนในแพ็กเกจหุ้นละ 3,500 บาท โดยจะได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยทุกสัปดาห์ และเมื่อครบ 10 เดือนจะได้เงินประมาณ 5,000 บาท มองว่าดีกว่าฝากธนาคาร จึงลงทุน 1 หุ้น ต่อมามีเพื่อนฝากลงทุนเพิ่มอีก 1 หุ้น ก็ได้รับผลตอบแทนตามปกติ แต่ภายหลังคนสนิทของชายรายดังกล่าวมาขอร้องให้ช่วยลงทุนเพิ่มอีก 5 หุ้น รวมเป็นเงิน 17,500 บาท ตนจึงยอมช่วย แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ อีก ทั้งยังถูกชักชวนให้ลงทุนเพิ่มอีก 5 หุ้นด้วย ตนจึงปฏิเสธ จากนั้นอีกฝ่ายเงียบหาย ติดต่อไม่ได้ และบัญชีที่ลงทุนไว้ในแอปฯ ก็ถูกล็อกปิดไป
เบื้องต้นผู้เสียหายตัดสินใจแจ้งความเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับดารา ร. ในฐานะนายหน้าชักชวน และชายรายดังกล่าวกับพวก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นขบวนการหลอกลวงลงทุน ในข้อหาฉ้อโกง
ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานของผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว ก่อนประสานไปยัง สภ.หนองปิง ภ.จว.นครสวรรค์ และ สน.คลองตัน ซึ่งรับแจ้งความไว้ เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีและให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายต่อไป






