บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตำรวจผนึก กสทช. และทรู บุกค้นอาคารริมน้ำเมย พบพิรุธลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนให้เพื่อนบ้าน หลัง AI ตรวจพบปริมาณการใช้งานพุ่งสูงผิดปกติ 24 ชั่วโมง เตรียมขยายผลฟันโทษหนัก

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.), นายสุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. และ นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ เจ้าหน้าที่ กสทช. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของทรู นำหมายศาลไปตรวจสอบพื้นที่บริษัทต้องสงสัย ภายในท่าขนส่งสินค้าไปยังฝั่งจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

 

ในระหว่างเข้าพื้นที่ท่าข้าม เจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายศาลให้กับผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนท่าขนส่งสินค้าทราบถึงเหตุผลในการเข้าตรวจสอบ ก่อนที่จะกระจายกำลังไปตรวจสอบภายในสำนักงาน รอบบริเวณสำนักงาน และพื้นที่ท่าขนส่งสินค้า โดยมุ่งเน้นการตรวจหาสายส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการตรวจค้นสำนักงานภายในท่าขนส่งสินค้านั้น พบห้องปรับอากาศที่เป็นห้องควบคุมหลัก (Control Room) ระบบการส่งอินเทอร์เน็ต มีอุปกรณ์ส่งสัญญาณ 6 ช่องที่กำลังทำงานและส่งสัญญาณอยู่ ต่อมาเจ้าหน้าที่พยายามตรวจสอบท่อส่งและสายเคเบิลต่าง ๆ รอบสำนักงาน รวมถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย ซึ่งพบโป๊ะสำหรับการขนส่งสินค้าเชื่อมไปมาระหว่างฝั่งไทยกับฝั่งเมียนมา โดยบางจุดเจ้าหน้าที่ต้องขุดท่อออกมาเพื่อตรวจสอบสายเคเบิลส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อค้นหาเส้นทางการลักลอบส่งสายไปยังฝั่งเมียนมาตามข้อสงสัยของบริษัท ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการนานเนื่องจากพื้นที่กว้างขวางมาก

 

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่บริษัททรูแจ้งว่า การตรวจสอบดังกล่าวสืบเนื่องมาจากบริษัททรูฯ ได้ตรวจพบความผิดปกติของการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเทคโนโลยีเฝ้าระวังและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเครือข่ายของบริษัท ซึ่งพบรูปแบบการใช้บริการที่มีลักษณะต้องสงสัย จึงได้รวบรวมข้อมูลและประสานศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และสำนักงาน กสทช. นำไปสู่การตรวจสอบพื้นที่และปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยในตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมตัดวงจรจุดลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน ซึ่งต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย

 

ทางทรูแจ้งเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบเริ่มต้นจากระบบเฝ้าระวังเครือข่ายที่พบพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญจากผู้ใช้บริการ 2 ราย ที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทและตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยมีการขอเปิดวงจรอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งในระยะแรกมีอัตราการใช้งานปกติ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการใช้งานเครือข่ายระหว่างวันที่ 22–25 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจพบว่าปริมาณการใช้งานพุ่งสูงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยแทบไม่มีช่วงหยุดใช้งาน ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานของสำนักงานทั่วไป อีกทั้งสถานที่ติดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเมย ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศเมียนมา จึงนำไปสู่การตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นอกจากนี้ ทรูพบหลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้นว่าอาคารดังกล่าวไม่มีผู้พักอาศัยประจำ โดยมีพนักงานมาประจำเพียงประมาณ 2-3 คนเท่านั้น จึงยิ่งเพิ่มข้อสงสัยว่ามีการใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน อีกทั้งยังพบตู้ดัดแปลงอุปกรณ์เครือข่ายขนาดใหญ่ พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ Network Management และ Gateway เพิ่มเติม ซึ่งไม่ใช่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของผู้ให้บริการ ลักษณะการติดตั้งดังกล่าวบ่งชี้ว่าอาคารแห่งนี้ถูกดัดแปลงให้ทำหน้าที่เป็นจุดรับและส่งต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Relay Node) รับสัญญาณจากฝั่งไทยแล้วส่งต่อข้ามแม่น้ำเมยไปยังฝั่งเมียนมา

 

นายสุธีระ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากบริษัททรูแจ้งว่ามีการใช้บริการอินเทอร์เน็ตหลายวงจรในพื้นที่นี้ ซึ่งน่าสงสัยเนื่องจากเป็นพื้นที่ติดชายแดนและปกติจะไม่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นในฝั่งไทย เมื่อเข้าตรวจสอบร่วมกันพบว่ามีการทำระบบอินเทอร์เน็ตและวางสายภายในอาคารโดยไม่ทราบปลายทาง แต่เมื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบพบว่ามีการใช้วงจร 2 วงจร ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปไกลถึง 1 – 1.6 กิโลเมตร ขณะนี้กำลังเร่งพิสูจน์ทราบปลายทาง หากพบว่ามีการนำไปใช้ในประเทศเพื่อนบ้านจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งมีโทษตามกฎหมายของ กสทช. ทั้งนี้ แม้จะมีทิศทางสัญญาณทั้งในหรือต่างประเทศ แต่หากดูจากพฤติการณ์การกระทำก็ถือว่ามีความผิดอยู่แล้ว

 

ด้าน พ.ต.ท.ตฤณ กล่าวว่า รายละเอียดเรื่องนี้เคยมีประวัติการจับกุมในรูปแบบเดียวกันที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อปี 2567 โดยมีการลอบฝังสายลากยาวใต้ดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยขุดค้นหาเส้นทางสายส่งพบนิ้วความยาวมากถึง 7 กิโลเมตร สำหรับจุดที่ตรวจสอบครั้งนี้มีความซับซ้อนขึ้น และดูจากการสร้างอาคารแล้วคาดว่าคงนำมาใช้ในรูปแบบเดียวกัน หากสุดท้ายไม่พบเส้นทางสายส่งที่ชัดเจน ก็ยังมีข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องรองรับ แต่เจ้าหน้าที่จะพยายามรวบรวมองค์ประกอบในการดำเนินคดีให้มากที่สุด เพื่อให้ได้รับโทษหนักตามกฎหมาย

 

ขณะที่ นายจักรกฤษณ์ กล่าวปิดท้ายว่า ก่อนที่จะขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ได้ให้ทีมงานตรวจสอบการใช้อินเทอร์เน็ตและพบว่ามีการใช้งานมากจนผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับสถานที่ตั้ง และมีการใช้งานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง จึงเป็นที่มาของการประสานงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบในครั้งนี้

 

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ตข้ามพรมแดนแม่สอด โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์