- 06 มี.ค. 2569
ประมงจังหวัดสมุทรสาครจับมือชลิต อินดัสทรี จัดงานรักษ์เลปีที่ 4 ปล่อยกุ้งกุลาดำและปูทะเลคืนสู่ธรรมชาติ มุ่งสร้างสมดุลระบบนิเวศและเสริมรายได้ประมงพื้นบ้าน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “รักษ์เล ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ” ปีที่ 4 โดยมีผู้บริหารภาคเอกชน นำโดย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด พร้อมด้วย ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ตลอดจนตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
ในกิจกรรมครั้งนี้ ได้มีการร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ผ่านการคัดเลือกและเพาะขยายพันธุ์โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสมุทรสาคร ประกอบด้วย:
- กุ้งกุลาดำ จำนวน 200,000 ตัว
- ปูทะเล จำนวน 10,000 ตัว
รวมทั้งสิ้น 210,000 ตัว เพื่อนำไปเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติชายฝั่งมหาชัย
นายชวิศ ยงเห็นเจริญ เปิดเผยถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) อย่างยั่งยืน กิจกรรม "รักษ์เล" ที่ดำเนินมาถึงปีที่ 4 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ แต่คือความตั้งใจจริงที่จะสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและวิถีชีวิตชาวสมุทรสาคร
"เราต้องการเห็นความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้พนักงานและประชาชนตระหนักถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยผลักดันให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้น เพื่อส่งต่อทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นหลัง" นายชวิศ กล่าว
ด้าน นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า การปล่อยสัตว์น้ำพื้นถิ่นในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงนิเวศวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ มาตรการที่ 7 ของโครงการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ซึ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยการเติมสัตว์น้ำพื้นถิ่นที่แข็งแรงกลับคืนสู่แหล่งน้ำ เพื่อสร้างสมดุลในห่วงโซ่อาหารและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำท้องถิ่นและอาชีพของเกษตรกรประมงในพื้นที่
กิจกรรมนี้จึงถือเป็นโมเดลความสำเร็จในการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมรายได้ให้แก่พี่น้องประมงพื้นบ้านอย่างเป็นรูปธรรม






