- 06 มี.ค. 2569
“หมอเจด” ไขข้อสงสัย อีสุกอีใส–งูสวัด ต่างกันยังไง? เผยความจริงเกิดจากไวรัสตัวเดียวกัน แต่แสดงอาการคนละช่วงวัย
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยสงสัยว่า "อีสุกอีใส" กับ "งูสวัด" มันคือพี่น้องท้องเดียวกันหรือเปล่า ทำไมชื่อดูน่ากลัวพอกัน แล้วมันต่างกันยังไง อันตรายแค่ไหน? วันนี้ผมจะพามาไขความลับแบบสับ ๆ ฉบับเข้าใจง่าย 5 หัวข้อหลัก ให้หายสงสัยกันครับ
1. จุดกำเนิดจาก "ไวรัสตัวเดียวกัน" แต่คนละช่วงวัย
ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ ทั้งอีสุกอีใส (Chickenpox) และงูสวัด (Shingles) เกิดจากไวรัสตัวเดียวกันเป๊ะ! ที่มีชื่อว่า Varicella Zoster Virus (VZV) ครับ แต่มันมี "ไทม์ไลน์" การปรากฏตัวที่ต่างกัน โดยอีสุกอีใสเปรียบเสมือนภาคแรกที่มักมาเยือนเราตอนเด็ก ๆ ส่วนงูสวัดคือภาคต่อ (Sequel) ที่จะมาตอนเราโตขึ้นหรือภูมิคุ้มกันเริ่มอ่อนแอลงนั่นเอง
2. อีสุกอีใส: "น้องใหม่" ผู้กระจายความคันไปทั่วร่าง
เมื่อเราได้รับเชื้อ VZV ครั้งแรก ร่างกายจะแสดงอาการเป็นอีสุกอีใสคครับ ลักษณะเด่นคือจะมีผื่นแดง กลายเป็นตุ่มน้ำใส ๆ แล้วค่อย ๆ เป็นหนองก่อนจะตกสะเก็ด ที่สำคัญคือมัน "ขึ้นทั่วตัว" ตั้งแต่หน้า หนังศีรษะ ไปจนถึงลำตัวและแขนขา พร้อมกับมีไข้ต่ำๆ และอาการคันคะเยอระดับสิบ มักพบมากในเด็ก แต่ถ้าผู้ใหญ่เป็นบอกเลยว่าอาการจะหนักกว่าเด็กหลายเท่าเลยครับ
3. งูสวัด: "แขกไม่ได้รับเชิญ" ที่ซ่อนตัวในปมประสาท
พอยาอีสุกอีใสหายไป เชื้อไวรัสตัวนี้ไม่ได้ตายจากเราไปไหนนะครับ แต่มันเลือกที่จะ "จำศีล" หลบซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาทในร่างกายเราอย่างเงียบเชียบ วันดีคืนดีที่เราเครียดจัด พักผ่อนน้อย หรืออายุมากขึ้นจนภูมิคุ้มกันตก เจ้าไวรัสตัวเดิมนี่แหละจะ "ตื่นขึ้นมา" แล้ววิ่งตามแนวเส้นประสาทออกมาที่ผิวหนัง กลายเป็นงูสวัดที่มาพร้อมความเจ็บปวดแสบร้อนเหมือนโดนไฟลวก บางคนขึ้นตาอาจบอดได้ด้วยนะ
4. ความต่างของ "รูปร่างหน้าตา" และตำแหน่งที่เกิด
วิธีแยกแยะที่ง่ายที่สุดคือดู "การกระจายตัว" ตามผิวหนังครับ
• อีสุกอีใส: จะขึ้นแบบสะเปะสะปะ กระจายไปทั่วร่างกาย ไม่เลือกที่เกิด
• งูสวัด: มักจะขึ้นเป็น "แถวหรือแนวตามเส้นประสาท" และที่สำคัญคือมักจะขึ้นเพียง "ข้างเดียวของร่างกาย" (ซ้ายก็ซ้าย ขวาก็ขวา ไม่ข้ามฝั่ง) ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสเรียงกันเป็นกลุ่ม ๆ และมีอาการปวดแปล็บ ๆ นำมาก่อนที่ผื่นจะขึ้นนั่นเอง
5. การป้องกัน: วัคซีนคือ "ไม้ตาย" ของทุกรุ่น ทุกวัย
ข่าวดีคือเรามีวิธีสู้กับพวกมันได้ครับ
• เด็กๆ: แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสตามเกณฑ์ เพื่อตัดวงจรไม่ให้เชื้อเข้าไปฝังตัวในปมประสาทแต่แรก
• วัยเก๋า (50+): ถึงเคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้ว ก็ควรฉีด วัคซีนป้องกันงูสวัด ค่ะ เพราะมันจะช่วยปลุกภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงพอที่จะสะกดไวรัสที่หลับอยู่อย่าให้ตื่นขึ้นมาอาละวาดได้ ซึ่งวัคซีนรุ่นใหม่ ๆ ประสิทธิภาพสูงมาก ป้องกันได้ยาว ๆ เลยครับ
สรุปง่าย ๆ เลยนะครับ อีสุกอีใสกับงูสวัดเกิดจากไวรัสตัวเดียวกัน ต่างกันแค่ช่วงเวลาที่มันแสดงตัว อีสุกอีใสมักเกิดตอนเด็ก ส่วนงูสวัดคือการที่เชื้อเดิมที่ซ่อนอยู่ในปมประสาทกลับมากำเริบตอนภูมิคุ้มกันอ่อนลง ดังนั้นการดูแลภูมิคุ้มกันและการฉีดวัคซีนตามช่วงวัยจึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและลดความรุนแรงของโรคได้ครับ






