บุกคลินิกรวบหมอเถื่อน ไร้ใบอนุญาต รักษาพิสดาร สุดหวาดเสียว

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม สบส. สภาแพทย์แผนไทย สสจ.นนทบุรี รวบหมอเถื่อนไร้ใบอนุญาต ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดเปลือกตารักษาโรค

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม สบส. สภาแพทย์แผนไทย สสจ.นนทบุรี รวบหมอเถื่อนไร้ใบอนุญาต ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดเปลือกตารักษาโรค

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่มีการโฆษณารักษาโรคตา เช่น ตามัว ตาพร่า ตาฟาง วุ้นในตาเสื่อม ต้อลม ต้อหิน รวมถึงปัญหาสายตาอื่นๆ โดยใช้วิธีการนำเหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตาเพื่อรักษาโรคทางสายตาให้ประชาชนทั่วไป

 

บุกคลินิกรวบหมอเถื่อน รักษาพิสดาร ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดตา

บุกคลินิกรวบหมอเถื่อน รักษาพิสดาร ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดตา

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบถึงสถานที่ที่ทำการเปิดรักษา และพบว่ามีการรักษาโรคด้วยวิธีการดังกล่าวจริง

ต่อมาวันที่ 4 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี, เจ้าหน้าที่สภาการแพทย์แผนไทย และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้าตรวจสอบสถานที่ที่ใช้ทำการรักษาในตลาดน้ำประชารัฐฯ พบนาย ป. (สงวนชื่อนามสกุล) อายุ 72 ปี อยู่ระหว่างให้บริการรักษาโรคตากับประชาชน โดยใช้วิธีการนำเหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตาทั้งสองข้าง และพบผู้เข้ารับการรักษาหลายรายที่รอรับการรักษา จากการตรวจสอบพบว่า นาย ป. ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยแต่อย่างใด

โดยนาย ป. เคยเป็นผู้อำนวยการศูนย์ผึ้ง จ.ชุมพร จึงได้เริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับผึ้งเรื่อยมา จนพบว่าเหล็กในของผึ้งช่วยรักษาอาการตาพร่า ตามัว จึงมาเปิดให้บริการบำบัด โดยมีประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุมาให้ทำการบำบัด จะมาทำเป็นช่วงๆ ไม่ได้รับทำทุกวัน เปิดให้การรักษามาแล้วประมาณหนึ่งปีเศษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุมนาย ป. พร้อมตรวจยึดของกลางซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ในการรักษา เช่น แอลกอฮอล์ สำลี กระดาษทิชชู่ ที่คีบเหล็กใน รายชื่อผู้รับบริการฯ นำส่ง พงส.กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 2556 ฐาน “ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 

บุกคลินิกรวบหมอเถื่อน รักษาพิสดาร ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดตา

 

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่าปัจจุบันทั่วประเทศมีสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) มากกว่า 40,000 แห่ง จึงอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ลักลอบเปิดคลินิกเถื่อน หรือแอบอ้างเป็นแพทย์มาให้บริการ จนส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนรับบริการทางการแพทย์ทุกประเภทขอให้ตรวจสอบหลักฐานสำคัญ 5 อย่าง ประกอบด้วย 1) ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก 2) มีการแสดงใบอนุญาตเปิดกิจการคลินิก เลขใบอนุญาตต้องตรงกับเลขที่ที่ติดที่ป้ายชื่อคลินิก 3) มีการแสดงใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลซึ่งต้องมีการระบุชื่อผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบโรคศิลปะ และต้องมีความเป็นปัจจุบัน 4) มีการแสดงหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคลินิกที่เป็นปีปัจจุบัน และ 5) มีการแสดงหลักฐานของแพทย์ที่ให้บริการในคลินิก โดยมีชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายติดที่หน้าห้องตรวจ โดยสามารถตรวจสอบชื่อคลินิกได้ที่เว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (www.mrd-hss.moph.go.th) และตรวจสอบชื่อแพทย์ได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา (www.tmc.or.th) หากไม่พบหลักฐานข้างต้นหรือขาดหรือไม่ครบถ้วน ขอให้หลีกเลี่ยงการรับบริการและแจ้งมาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 เพื่อดำเนินการตรวจสอบ

 

บุกคลินิกรวบหมอเถื่อน รักษาพิสดาร ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดตา

 

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกนั้น ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและเป็นทางเลือกที่สำคัญในการรักษา แต่หัวใจสำคัญคือต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานทางวิชาชีพที่ถูกต้อง โดยผู้ประกอบเวชกรรมที่มีใบอนุญาต และในสถานที่ที่ได้รับรองมาตรฐานจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเท่านั้น การนำวิธีการที่อยู่นอกเหนือตำราหรือขาดการรับรองทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับอวัยวะที่บอบบางอย่างดวงตา ถือเป็นความเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่ประชาชนไม่ควรต้องเผชิญ

 

บุกคลินิกรวบหมอเถื่อน รักษาพิสดาร ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดตา

 

ขอเน้นย้ำว่า ตำรวจสอบสวนกลางจะยังคงทำงานเชิงรุก ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข เพื่อกวาดล้างสถานพยาบาลเถื่อนและหมอเถื่อนให้หมดไป เรามุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ว่าทุกการบริการที่ประชาชนได้รับจะต้องมีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย ทั้งนี้หากพบเห็นเบาะแสหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค