พบร่างชายสูงวัยเสียชีวิตในรถยนต์ ใจหายหลังทราบชื่อภายหลัง

พบร่างชายสูงวัยเสียชีวิตในรถยนต์ จุดพักรถมอเตอร์เวย์ย่านธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี น่าใจหายหลังทราบชื่อภายหลัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบเหตุพบชายสูงวัยเสียชีวิตภายในรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณจุดพักรถมอเตอร์เวย์ย่านธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี หลังพลเมืองดีได้กลิ่นเหม็นผิดปกติจากรถที่จอดทิ้งไว้นานหลายวัน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถ

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.ท.ธนสรณ์ แข่มช้อย สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี จังหวัด ปทุมธานี รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ส่วนบุคคล บริเวณจุดพักรถมอเตอร์เวย์ กม.20+800 ถนนกาญจนาภิเษก หมายเลข 9 มุ่งหน้าบางปะอิน พื้นที่ ต.บึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

 

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อ Mazda2 สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ-5222 พิษณุโลก จอดอยู่บริเวณช่องจอดรถของจุดพักรถริมทาง โดยพบว่าประตูรถถูกล็อกและเครื่องยนต์ดับอยู่ จากการตรวจสอบบริเวณพื้นถนนพบของเหลวไหลออกมาจากตัวรถ พร้อมกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ

 

เมื่อมองเข้าไปภายในรถพบชาย 1 ราย นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะนั่งฝั่งคนขับ สวมเสื้อสีเขียวและกางเกงสีกรมท่า โดยเบาะถูกปรับเอนในลักษณะเอนนอน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่าก่อนหน้านี้ทางครอบครัวได้เข้าแจ้งความคนหายไว้กับ สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 15:00 น.

พบร่างชายสูงวัยเสียชีวิตในรถยนต์ ใจหายหลังทราบชื่อภายหลัง

 

ภายหลังญาติเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ จึงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่การทางทุบกระจกเพื่อเปิดประตูรถตรวจสอบภายใน ก่อนยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือ นายวีระเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี ชาว ต.ประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัด ปทุมธานี ทั้งนี้ภายในรถยังพบเตาอังโล่และหม้อต้มน้ำวางอยู่บริเวณพื้นรถฝั่งซ้ายของคนขับ จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

 

จากการสอบสวน พิทยา พันธ์ประคุณ อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ให้การว่า ขณะกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่บริเวณดังกล่าว ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาจากรถคันดังกล่าว เมื่อสังเกตพบว่ารถจอดตากแดดมาหลายวันและมีของเหลวไหลออกจากตัวรถ จึงเข้าไปส่องดูใกล้ ๆ ก่อนพบว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถ จึงรีบแจ้งเพื่อนร่วมงานและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ

 

ด้านหลานสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถใน จังหวัดอุดรธานี แต่ในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาได้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ จึงเดินทางมาอยู่กับภรรยาที่จังหวัดปทุมธานี และยังคอยดูแลสั่งอะไหล่รถส่งไปให้ลูกน้องที่ดูแลอู่รถอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี

 

กระทั่งวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตบอกกับครอบครัวว่าจะออกไปซื้ออะไหล่รถ จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ครอบครัวเกิดความเป็นห่วงและเข้าแจ้งความคนหายไว้กับตำรวจ พร้อมพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าจะเดินทางไป แต่ไม่พบเบาะแส จนกระทั่งทราบว่าพบรถจอดอยู่ที่จุดพักมอเตอร์เวย์ และมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถดังกล่าว

 

เบื้องต้น พ.ต.ท.ธนสรณ์ แข่มช้อย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและร่วมชันสูตรพลิกศพกับแพทย์เวร โดยจากหลักฐานที่พบภายในรถซึ่งมีเตาอังโล่วางอยู่ คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจมีความเครียดหรือปัญหาส่วนตัว ก่อนใช้วิธีจบชีวิตภายในรถ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและรวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมด ก่อนให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนส่งมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ญาติๆ พยายามโพสต์เฟซบุ๊กตามหากันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทราบว่า นายวีระเดช หายตัวไป กระทั่งตามเจอตัวในที่สุด 

 

พบร่างชายสูงวัยเสียชีวิตในรถยนต์ ใจหายหลังทราบชื่อภายหลัง