ทลายคลังยาบางบัวทอง ยึดยาบ้า 8.99 ล้านเม็ด ตัดวงจรหัวจ่ายก่อนเข้าตัวกรุงเทพฯ

กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) โชว์ผลงานขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้า 8.99 ล้านเม็ด ไอซ์ 39 กก. ตัดวงจรหัวจ่ายก่อนเข้าตัวกรุงเทพฯ

กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) โชว์ผลงานขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลางมหาศาลทั้งยาบ้า ยาไอซ์ และอาวุธปืน ซุกซ่อนย่านบางบัวทอง เตรียมกระจายลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ภาพรวมการจับกุม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วยทีมบริหาร บช.น. และ พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 นำโดย พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 เข้าทำการสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย

ทลายคลังยาบางบัวทอง ยึดยาบ้า 8.99 ล้านเม็ด ตัดวงจรหัวจ่ายก่อนเข้าตัวกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 01.30 น. ดังนี้:
1.น.ส.รัฐกรานต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี
2.นายสุโรจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี
3.นายอัคพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี

จากการเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 3 จุด ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึด:
ยาบ้า: จำนวนประมาณ 8.99 ล้านเม็ด
ยาไอซ์: น้ำหนักประมาณ 39 กิโลกรัม
รถยนต์: จำนวน 3 คัน (รวมรถกระบะตู้ทึบที่ใช้ขนส่ง)
อาวุธปืน: ปืนพกสั้น 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการขยายผลจับกุมรายย่อยในพื้นที่ จนพบเบาะแสเครือข่ายรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ใช้ "รถกระบะตู้ทึบ" ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.อ่างทอง หรือ จ.สิงห์บุรี มาพักไว้ที่บ้านพักใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อรอจังหวะส่งต่อเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการสะกดรอยติดตามรถต้องสงสัย จนกระทั่งพบรถคันดังกล่าวขับเข้าไปจอดภายในหมู่บ้านย่านถนนบางกรวย-ไทรน้อย ก่อนจะมีรถอีกคันมารับตัวคนขับออกไป เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังปิดล้อมและเข้าแสดงตัวขอตรวจค้นเมื่อกลุ่มผู้ต้องหาปรากฏตัว
การดำเนินคดี

ทลายคลังยาบางบัวทอง ยึดยาบ้า 8.99 ล้านเม็ด ตัดวงจรหัวจ่ายก่อนเข้าตัวกรุงเทพฯ

ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาหนัก ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต

ลล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ต่อไป