จับสาวแสบอ้างพัสดุต่างประเทศ หลอกโอนค่าภาษี เหยื่อสูญเกือบ 3 แสน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวแสบ หลอกให้โอนเงินอ้างว่าเป็นค่าภาษีพัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศ ผู้เสียหายหลงเชื่อ สูญเงินไปหลายแสนบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.สุพรรณษาฯ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ จ.402/2568 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568 หลอกให้โอนเงินอ้างว่าเป็นค่าภาษีพัสดุต่างประเทศ ผู้เสียหายหลงเชื่อ สูญเงินไปหลายแสนบาท

 

จับสาวแสบอ้างพัสดุต่างประเทศ หลอกโอนค่าภาษี เหยื่อสูญเกือบ 3 แสน
 

จับสาวแสบอ้างพัสดุต่างประเทศ หลอกโอนค่าภาษี เหยื่อสูญเกือบ 3 แสน

 

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ม.5 ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก

พฤติการณ์ของคดี

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. น.ส.สุนทรีย์ฯ ผู้กล่าวหา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

โดยให้การว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะเล่น Facebook ได้มีคนร้ายทักข้อความผ่าน Messenger เข้ามาพูดคุย สอบถามประวัติส่วนตัว และกล่าวอ้างว่าผู้กล่าวหาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง พร้อมโบนัส และจะส่งเงินมาให้ในรูปแบบพัสดุจากต่างประเทศ พร้อมส่งรูปภาพพัสดุมาให้ดู

ต่อมา วันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เวลา 07.30 น. มีบุคคลโทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นบริษัทขนส่ง แจ้งว่ามีพัสดุส่งถึงผู้กล่าวหา แต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 25,000 บาท

จับสาวแสบอ้างพัสดุต่างประเทศ หลอกโอนค่าภาษี เหยื่อสูญเกือบ 3 แสน

 

ผู้กล่าวหาแจ้งว่ามีเงินเพียง 5,000 บาท จึงโอนเงินครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 จำนวน 5,000 บาท ไปยังบัญชี นายชลธวัฒน์ฯ คนร้ายแจ้งว่าต้องชำระให้ครบ 25,000 บาท จึงจะนำพัสดุออกมาได้ ผู้กล่าวหาจึงโอนเงินครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 จำนวน 20,000 บาท รวมเป็น 25,000 บาท

ต่อมาคนร้ายแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบเงินดอลลาร์สหรัฐในกล่องพัสดุ ต้องเสียภาษีเพิ่ม 114,000 บาท ผู้กล่าวหาจึงโอนเงินครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ไปยังบัญชี น.ส.พลอยไพลินฯ จำนวน 114,000 บาทรวมเงินที่โอนไปแล้ว 139,000 บาท

ต่อมา 21 ธันวาคม 2566 คนร้ายแจ้งว่าต้องชำระ ค่าประกันสินค้า 266,000 บาท ผู้กล่าวหาจึงโอนเงินดังนี้

ครั้งที่ 1 จำนวน 100,000 บาท

ครั้งที่ 2 วันที่ 22 ธันวาคม 2566 จำนวน 100,000 บาท

ครั้งที่ 3 วันที่ 25 ธันวาคม 2566 จำนวน 66,000 บาท

รวมเป็นเงิน 266,000 บาท

ภายหลังคนร้ายยังอ้างว่าต้องเสียค่าทำใบรับรองตั๋วเงินอีก 570,000 บาท ผู้กล่าวหาจึงเริ่มสงสัยว่าถูกหลอก และเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี

อนจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่า น.ส.สุพรรณษาฯ ผู้ต้องหาปรากฏตัวบริเวณบ้านหลังหนึ่งตามสถานที่จับกุม จึงเข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึง พบหญิงชาวไทยมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว แสดงหมายจับ อ่านให้ฟังและให้ผู้ต้องหาอ่านจนเข้าใจ

ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ต้องหา ก่อนควบคุมตัวไปจัดทำบันทึกจับกุมที่ สภ.องครักษ์ จ.นครนายก และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา