รัฐลุยปราบอาชญากรรมออนไลน์ ปิดเว็บผิดกฎหมายกว่าหลายรายการ

รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สามารถปิดกั้นเว็บไซต์และลิงก์ผิดกฎหมาย

นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของรัฐบาล โดยระบุว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เดินหน้ายกระดับมาตรการปิดกั้นเว็บไซต์ เพจ และลิงก์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทางสังคมและความมั่นคงในโลกดิจิทัล

จากข้อมูลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมสามารถดำเนินการปิดกั้น URLs ที่ผิดกฎหมายแล้วรวมทั้งสิ้น 437,473 รายการ โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพียงเดือนเดียว สามารถปิดกั้นได้มากถึง 132,842 รายการ

รัฐลุยปราบอาชญากรรมออนไลน์ ปิดเว็บผิดกฎหมายกว่าหลายรายการ

สำหรับประเภทเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นมากที่สุด คือ เว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 362,482 รายการ รองลงมา ได้แก่ เว็บไซต์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า 41,850 รายการ เว็บไซต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 13,734 รายการ เว็บไซต์ซื้อ–ขายกัญชา 4,841 รายการ เว็บไซต์เกี่ยวกับอาวุธปืน 3,797 รายการ และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี 2,148 รายการ

นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ประเภทอื่น ๆ ที่ถูกปิดกั้น เช่น เว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน การหลอกลวง การเผยแพร่ข้อความสร้างความเกลียดชัง รวมถึงสื่อลามกอนาจาร รวมจำนวน 8,621 รายการ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้นำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การกระทำความผิดบนเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และคัดกรองข้อมูลที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก่อนส่งเข้าสู่ระบบ WebD เพื่อเร่งรัดกระบวนการระงับเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย
 

รัฐลุยปราบอาชญากรรมออนไลน์ ปิดเว็บผิดกฎหมายกว่าหลายรายการ

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบ “Suspend” สำหรับส่งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ISP) ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงระบบ “URL Checker” ที่ใช้ตรวจสอบการปิดกั้นเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

มาตรการดังกล่าวช่วยให้สามารถดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ได้มากกว่า 362,000 รายการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไข เนื่องจากเป็นต้นตอของการหลอกลวงประชาชนและปัญหาสังคมในหลายด้าน

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและระบบตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในการใช้งานโลกดิจิทัล