- 16 มี.ค. 2569
Watchdog Thailand Foundation ออกโรงชี้แจง หลังมีข้อความเตือน “สายบุญ” ว่าให้อาหารหมาแมวจรอาจติดคุก ย้ำกฎหมายไทยไม่ได้ห้าม แต่ต้องดูแลไม่ให้เกิดความสกปรก
มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation - WDT ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุ
โพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงทางกฎหมาย
ช่วงนี้มีข้อความในสื่อออนไลน์เผยแพร่ในลักษณะ “เตือนสายบุญ” ว่า การให้อาหารสุนัขหรือแมวจรจัดตามที่สาธารณะอาจทำให้ติดคุก ถูกปรับหนัก หรือถูกถือว่าเป็นเจ้าของสัตว์โดยอัตโนมัติ
มูลนิธิขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวมีหลายส่วนที่คลาดเคลื่อนจากข้อกฎหมายจริง และอาจทำให้สังคมเข้าใจผิดอย่างมาก
1. การให้อาหารสัตว์จรจัด ไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายโดยตัวมันเอง
กฎหมายไทย ไม่ได้บัญญัติห้ามประชาชนให้อาหารสัตว์จรจัด การช่วยเหลือสัตว์ด้วยความเมตตาจึงไม่ใช่ความผิดทางอาญา
อย่างไรก็ตาม หากการให้อาหารทำให้เกิด เศษอาหารสกปรก หมักหมม หรือก่อเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาจใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น
• พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
• พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
เพื่อสั่งให้แก้ไขหรือปรับปรุงสภาพพื้นที่ เช่น การเก็บเศษอาหาร ดูแลความสะอาด หรือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรำคาญ
แต่ ไม่ได้หมายความว่าการให้อาหารสัตว์จรจัดเป็นความผิดอาญาโดยตรง
2. การให้อาหารสัตว์ ไม่ได้ทำให้กลายเป็น “เจ้าของสัตว์” โดยอัตโนมัติ
มีการอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาหมายเลข 1639/2565 เพื่อสรุปว่า ผู้ที่ให้อาหารสุนัขจรจัดจะกลายเป็นเจ้าของทันที ซึ่งเป็นการ นำคำพิพากษามาอธิบายเกินข้อเท็จจริง
ในคดีดังกล่าว ข้อเท็จจริงคือผู้ถูกพิพากษานำสุนัขไปเลี้ยงดูที่บ้านของตนเองเป็นเวลานานกว่า 5 ปี มีการครอบครอง ดูแล และเลี้ยงดูเสมือนเจ้าของอย่างต่อเนื่อง ศาลจึงวินิจฉัยว่าเป็นผู้มีสถานะเป็นเจ้าของสัตว์
ดังนั้น ประเด็นสำคัญของคำพิพากษาอยู่ที่การ “ครอบครองและเลี้ยงดูสัตว์เสมือนเจ้าของ” ไม่ใช่เพียงการให้อาหารสัตว์ในที่สาธารณะ
ตามหลักกฎหมายใน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433
ผู้ที่ต้องรับผิดคือ เจ้าของสัตว์หรือผู้ควบคุมดูแลสัตว์ ที่ปล่อยปละละเลยจนสัตว์ก่อให้เกิดความเสียหาย
การจะถือว่าใครเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมดูแลสัตว์ ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์การครอบครองและการดูแลโดยรวม ไม่ใช่เพียงการให้อาหารเป็นครั้งคราว
3. การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยทิ้ง เป็นความผิดตามกฎหมาย
กรณีนี้เป็นข้อกฎหมายที่ถูกต้อง โดยตาม
พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยทิ้งจนสัตว์ต้องเผชิญความทุกข์ทรมานหรือขาดการดูแล ถือเป็นการละเลยสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามกฎหมาย
สังคมควรเข้าใจข้อเท็จจริงร่วมกันว่า
ปัญหาสุนัขและแมวจรจัดไม่ได้เกิดจากการให้อาหารของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก
• การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยทิ้ง
• การไม่ทำหมันสัตว์เลี้ยง
• การขาดระบบจัดการสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน
แนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ การทำหมัน ควบคุมจำนวนสัตว์ ฉีดวัคซีน และการดูแลอย่างรับผิดชอบของชุมชน
มูลนิธิขอความร่วมมือประชาชน ตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมายก่อนเผยแพร่ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความหวาดกลัวต่อการช่วยเหลือสัตว์โดยไม่จำเป็น
ความเมตตาต่อสัตว์ไม่ใช่ความผิด แต่ควรทำควบคู่กับความรับผิดชอบ เพื่อให้คนและสัตว์สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสมดุล






