บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

ตำรวจกาญจนบุรีร่วมการไฟฟ้า บุกยึดเครื่องขุดบิทคอยน์ 280 เครื่องในรีสอร์ทร้าง หลังพบแอบต่อไฟตรงใช้เกินพิกัด ทำรัฐเสียหายสะสมกว่า 16 ล้านบาท

กาญจนบุรีตำรวจสนธิกำลังการไฟฟ้า บุกตรวจค้นรีสอร์ทร้างกลางเมืองกาญจน์ พบดัดแปลงพื้นที่ทำเหมืองขุดบิทคอยน์ขนาดใหญ่ ยึดของกลาง 280 เครื่อง เผยกรรมวิธีสุดแยบยลเดินสายไฟใต้ดินพรางตาเจ้าหน้าที่ ทำรัฐสูญเสียรายได้เดือนละกว่า 3.5 ล้านบาท

 

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้การอำนวยการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นำหมายค้นเข้าตรวจสอบอาคารภายในรีสอร์ทร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หลังได้รับรายงานความผิดปกติของการใช้กระแสไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าว ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการลักลอบตั้งเหมืองขุดเหรียญดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย

 

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าบริเวณดังกล่าวมีการล้อมรั้วสังกะสีและเมทัลชีทอย่างมิดชิด ประตูทางเข้าถูกล็อกแน่นหนา และไม่พบพนักงานหรือบุคคลใดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนตามเส้นทางสายไฟจนพบความผิดปกติ โดยมีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 250 KVA พร้อมตู้ควบคุมขนาดใหญ่ไว้ด้านหน้า ก่อนจะมีการขุดเจาะเดินสายไฟแรงสูงลงใต้ดินเป็นระยะทางไกลกว่า 700 เมตร เพื่อเชื่อมต่อไปยังอาคารด้านในเพื่อพรางตาจากการตรวจสังเกตของบุคคลภายนอก

 

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

ภายในจุดที่ปิดล้อมด้วยแผ่นเมทัลชีทด้านใน เจ้าหน้าที่พบหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่พิเศษถึง 2,500 KVA พร้อมตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้าแรงสูง และตู้เหล็กขนาดใหญ่ที่ดัดแปลงเป็นห้องเก็บเสียงและระบายความร้อน ภายในมีการติดตั้งเครื่องขุดบิทคอยน์เรียงรายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตรวจนับรวมได้ทั้งหมด 280 เครื่อง จึงต้องประสานขอรถเครนและรถบรรทุกจากการไฟฟ้าฯ เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายของกลางทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ประกอบคดี

 

ด้านตัวแทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า จากการวัดโหลดกระแสไฟฟ้าขณะเข้าตรวจสอบ พบมีการใช้งานจริงสูงถึง 912.90 กิโลวัตต์ ซึ่งเมื่อตรวจสอบประวัติการชำระเงินพบว่า ผู้ขอใช้ไฟในจุดนี้มีการชำระค่าไฟเฉลี่ยเพียงเดือนละประมาณ 15,000 บาทเท่านั้น แต่จากการคำนวณตามปริมาณการใช้งานจริงตั้งแต่อเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีความเสียหายรวมสูงกว่า 16 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต้องจ่ายค่าไฟจริงถึงเดือนละ 3.5 ล้านบาท

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อนำไปขยายผลหาตัวผู้เช่าหรือเจ้าของพื้นที่ที่แท้จริง โดยทางด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเตรียมดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายย้อนหลังทั้งหมด ส่วนในทางคดีอาญา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ (กระแสไฟฟ้า) และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน

บุกทลายเหมืองบิทคอยน์เมืองกาญจน์ ลอบใช้ไฟหลวงสูญกว่า 16 ล้าน