กฎพินัยกรรมใหม่เริ่มใช้ 24 มี.ค. นี้ ปรับค่าธรรมเนียม-ขั้นตอนชัดเจน

มหาดไทยดีเดย์ 24 มี.ค. 69 บังคับใช้กฎพินัยกรรมใหม่ในรอบ 60 ปี เพิ่มความสะดวกทำได้ทุกอำเภอทั่วไทย ไม่จำกัดภูมิลำเนา

มหาดไทย ดีเดย์ 24 มี.ค. 69 บังคับใช้ กฎพินัยกรรมใหม่ ในรอบ 60 ปี เพิ่มความสะดวกทำได้ทุกอำเภอทั่วไทย ไม่จำกัดภูมิลำเนา พร้อมปรับค่าธรรมเนียมเอกสารฝ่ายเมืองเป็น 250 บาท เน้นระบบยืนยันตัวตนมาตรฐานเดียว ลดปัญหาแย่งมรดกในอนาคต เช็กรายละเอียดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายใหม่ที่นี่

  • มหาดไทยออกกฎกระทรวงใหม่เรื่องการทำพินัยกรรม ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต จะมีผลบังคับใช้ 24 มี.ค. นี้

 

กฎพินัยกรรมใหม่เริ่มใช้ 24 มี.ค. นี้ ปรับค่าธรรมเนียม-ขั้นตอนชัดเจน

ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำพินัยกรรมมีความสะดวกและลดข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกในอนาคต


วันนี้ (18 มีนาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กฎกระทรวงว่าด้วย การทำพินัยกรรมหรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดก พ.ศ. 2569 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งสำคัญหลังจากใช้กฎกระทรวงฉบับเดิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 หรือกว่า 60 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น

รองโฆษกฯ กล่าวว่า กฎกระทรวงดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินการเกี่ยวกับ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง และพินัยกรรมแบบเอกสารลับ ซึ่งเป็นรูปแบบพินัยกรรมที่ดำเนินการผ่านนายอำเภอหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยได้มีการปรับปรุงขั้นตอนและหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนและทันสมัยมากขึ้น

 

กฎพินัยกรรมใหม่เริ่มใช้ 24 มี.ค. นี้ ปรับค่าธรรมเนียม-ขั้นตอนชัดเจน

สาระสำคัญของการปรับปรุง ได้แก่ การเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนสามารถ ยื่นคำขอทำพินัยกรรมได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งใดก็ได้ทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดภูมิลำเนา ลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการติดต่อราชการ

 

นอกจากนี้ ยังได้กำหนด วิธีการยืนยันตัวตนของผู้ทำพินัยกรรมให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เช่น การตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารราชการอื่นที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปลอมแปลงเอกสาร

 

ในส่วนของพยาน กฎกระทรวงใหม่กำหนดให้ ต้องมีพยานอย่างน้อยสองคน และพยานต้องแสดงตนและลงลายมือชื่อต่อหน้านายอำเภอเพื่อเพิ่มความรัดกุมและสามารถตรวจสอบได้ในภายหลัง

 

ในการทำพินัยกรรมรูปแบบดังกล่าว ผู้ทำพินัยกรรมสามารถร้องขอรับต้นฉบับพินัยกรรมไปเก็บรักษาเองได้ โดยนายอำเภอจะเก็บสำเนาไว้แทน  เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บเอกสาร

 

ขณะเดียวกัน กฎกระทรวงใหม่ยังได้กำหนด แบบฟอร์มคำขอและเอกสารประกอบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิขอคัดและรับรองสำเนา เช่น ผู้ทำพินัยกรรม ผู้จัดการมรดก หรือทายาท เพื่อให้การดำเนินการมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับ อัตราค่าธรรมเนียม ได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังจากไม่ได้มีการปรับมาเป็นเวลานานกว่า 60 ปี 

 

เช่น ค่าธรรมเนียมการทำ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองในอำเภอ ปรับจาก 50 บาท เป็น 250 บาท และค่าคัดและรับรองสำเนา 
ปรับจาก 10 บาท เป็น 50 บาท เป็นต้น

 

“กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้จะช่วยให้กระบวนการทำพินัยกรรมของประชาชนมีความสะดวก โปร่งใส และมีมาตรฐานมากขึ้น ลดข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกในอนาคต และสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน” นางสาวลลิดา กล่าว