- 18 มี.ค. 2569
นึกไม่ถึง เผยคำพูดสาววัย 20 หลังขับรถชน อาจารย์หมอศิษย์เก่า จุฬาเสียชีวิต ได้ยินแล้วชาวเน็ตยิ่งคอมเมนต์สนั่น
กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ เภสัชโอตะ PharmaOtaku ออกมาเล่าเหตุการณ์สูญเสียบุคคลในครอบครัว ซึ่งเป็นแพทย์โรคหัวใจที่ใช้ชีวิตทำงานในสหรัฐฯ มานานกว่า 50 ปี แต่สุดท้ายต้องจากไปอย่างไม่มีใครคาดคิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย
รายละเอียดเหตุการณ์
โพสต์ดังกล่าวเล่าถึง “โกน่ง” แพทย์รุ่นใหญ่ ศิษย์เก่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่หลังเรียนจบได้เดินทางไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกายาวนาน พร้อมศึกษาต่อเฉพาะทางด้านโรคหัวใจ และเป็นอาจารย์แพทย์ที่นั่นมาหลายสิบปี
กระทั่งช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โกน่งได้เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมภรรยา เพื่อร่วมงานรวมรุ่นแพทย์ และทำกิจกรรมแพทย์อาสา ก่อนจะเดินทางไปพักผ่อนที่หัวหิน
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นก่อนวันเดินทางกลับเพียง 1 วัน เมื่อขณะกำลังจะขึ้นรถตู้ ได้มีรถกระบะคันหนึ่งพุ่งเข้าชนอย่างแรง ส่งผลให้ร่างกระเด็นและหัวใจหยุดเต้นในที่เกิดเหตุ แม้จะสามารถช่วยปั๊มหัวใจกลับมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหักหลายส่วนและมีบาดแผลภายในรุนแรง
อาการทรุดต่อเนื่อง แม้ทีมแพทย์พยายามเต็มที่
หลังเกิดเหตุ โกน่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ก่อนถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ เนื่องจากอาการหนักเกินกว่าจะเคลื่อนย้ายไกล
แม้ทีมแพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่อาการกลับทรุดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาวะไตวายที่ต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และการติดเชื้อในร่างกาย จนระบบอวัยวะต่าง ๆ ค่อย ๆ ล้มเหลว
ในช่วงเวลานั้น ลูกทั้ง 2 คนได้บินจากสหรัฐอเมริกามาเยี่ยมพ่อ ท่ามกลางความหวังว่าจะได้เห็นอาการดีขึ้น ขณะที่ครอบครัวคอยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
- ครอบครัวตัดสินใจ “ยุติการรักษา”
อย่างไรก็ตาม หลังจากอาการไม่ดีขึ้นและมีแนวโน้มทรุดลงต่อเนื่อง ภรรยาและครอบครัวได้หารือร่วมกับทีมแพทย์ ก่อนตัดสินใจ “ยุติการรักษา” เนื่องจากแม้ยื้อชีวิตต่อไป ก็อาจต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงโดยไม่มีโอกาสฟื้นตัว
หลังการตัดสินใจ ญาติพี่น้องได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อกล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้าย หนึ่งในนั้นคือหญิงชราวัยเกือบ 90 ปี ที่เคยได้รับการรักษาโรคหัวใจจากโกน่งเมื่อหลายสิบปีก่อน และตั้งใจเดินทางมาขอบคุณและบอกลาด้วยตัวเอง
- ลมหายใจสุดท้ายของ “หมอหัวใจ”
แม้ร่างกายจะล้มเหลวไปทีละส่วน แต่สิ่งที่ยังคงทำงานคือ “หัวใจ” ของโกน่ง ที่ยังค่อย ๆ เต้นช้าลงอย่างน่าอัศจรรย์
ก่อนที่ในเวลาต่อมา เจ้าตัวจะจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่อยู่เคียงข้างในวาระสุดท้ายของชีวิต
- สะท้อนปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน
เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดประเด็นสะท้อนสังคมถึงความอันตรายบนท้องถนนในประเทศไทย โดยผู้โพสต์ระบุว่า อุบัติเหตุเช่นนี้ไม่ได้เกิดจาก “ความโชคร้าย” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ความประมาท” ที่อาจพรากชีวิตใครคนหนึ่งไปได้ในเสี้ยววินาที
พร้อมทิ้งข้อคิดสำคัญว่า คำว่า “ไม่ได้ตั้งใจ” ไม่สามารถชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ และขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวัง เพราะคนที่อยู่ตรงหน้า อาจเป็นทั้งชีวิตของใครอีกหลายคน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ชาวเน็ตได้รับรู้เรื่องราวของแพทย์ผู้ใช้ชีวิตรักษาหัวใจของผู้อื่นมาตลอดชีวิต แต่ต้องมาจากไปเพราะอุบัติเหตุท่านนี้แล้ว ทำให้มีชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์อย่างต่อเนื่อง เพราะนี่ได้กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนสติสังคมถึงความสำคัญของ “ความไม่ประมาท” บนท้องถนน






