อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโลก

เทศบาลนครอยุธยาสั่งลบสีสเปรย์พ่นจองที่ทางเท้าหน้าวัดหน้าพระเมรุฯ ยาวกว่า 300 เมตร หลังถูกวิจารณ์หนักทำลายทัศนียภาพเมืองเก่า วอนประชาชนช่วยรักษาระเบียบวินัย

พระนครศรีอยุธยารองนายกเทศมนตรีนครอยุธยานำเจ้าหน้าที่กองช่างและสาธารณสุข ระดมกำลังขัดล้างคราบสีสเปรย์ "จองแล้ว" บนฟุตบาททางเท้าหน้าวัดมรดกโลก หลังชาวเน็ตจามยับทำลายทัศนียภาพเมืองเก่า เตรียมประสานตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาตัวผู้กระทำผิด

 

จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล หลังพบภาพความไม่เหมาะสมบริเวณถนนอู่ทอง ติดกับคูคลองเมือง ฝั่งตรงข้ามวัดหน้าพระเมรุราชิการาม ในเขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยมีการใช้สีสเปรย์สีขาวพ่นข้อความว่า “จองแล้ว” พร้อมรูปลูกศรบอกทิศทาง ลงบนพื้นฟุตบาททางเดินเป็นแนวยาวกว่า 300 เมตร ซึ่งคาดว่าเป็นการจองพื้นที่เพื่อตั้งร้านค้าหรือทำกิจกรรมบางอย่างในช่วงเทศกาล จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองมรดกโลกนั้น

 

อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโล

อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโล

อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโล

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 พ.อ.อ.สุวัฒน์ สรรพโกศลกุล รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ได้ลงพื้นที่อำนวยการด้วยตนเอง โดยประสานเจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และกองช่าง รวมกว่า 10 นาย พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดครบมือและสารละลายทินเนอร์ เข้าดำเนินการขัดล้างคราบสีสเปรย์ดังกล่าวออกทั้งหมดเพื่อคืนสภาพพื้นผิวทางเท้าให้กลับมาสะอาดสวยงามดังเดิม

 

พ.อ.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า “ทันทีที่ได้รับแจ้งจากประชาชนและสื่อมวลชน ทางเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการทันที ซึ่งจากการปฏิบัติงานพบว่าคราบสีสเปรย์ซึมลงในพื้นผิวคอนกรีตทำให้ล้างออกได้ยากมาก ต้องใช้สารเคมีและการขัดถูอย่างหนักเป็นเวลานาน ซึ่งถือเป็นการสร้างภาระและทำลายทรัพย์สินของทางราชการโดยใช่เหตุ”

 

อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโล

อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโล

พร้อมกันนี้ รองนายกเทศมนตรีฯ ได้เน้นย้ำเรื่องข้อกฎหมายว่า การพ่นสีหรือขีดเขียนบนพื้นที่สาธารณะ ฟุตบาท หรือทางหลวง ถือเป็นความผิดชัดเจนตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และพระราชบัญญัติทางหลวง ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ต่อจุดที่กระทำผิด โดยทางเทศบาลจะประสานงานฝ่ายกฎหมายตรวจสอบหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

สุดท้ายนี้ ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ช่วยกันรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าที่เป็นมรดกโลก หากพบเห็นพฤติกรรมมักง่ายหรือการกระทำที่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่สำนักงานเทศบาลฯ ทันที เพื่อร่วมกันดูแลบ้านเมืองให้น่าอยู่และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

 

อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโล

อยุธยาเร่งลบสีสเปรย์จองที่หน้าวัดดัง ปกป้องภาพลักษณ์มรดกโล