- 22 มี.ค. 2569
สิ้นพระเกจิดังเทพเจ้าลุ่มน้ำโขง "หลวงปู่คีบ ธีรปัญโญ" วัดป่าสุทธาวาส ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ละสังขาร สิริอายุมงคล
มีรายงานข่าวเศร้าในวงการสงฆ์ หลวงปู่คีบ ธีรปัญโญ พระเกจิชื่อดังอายุ 110 ปี วัดป่าสุทธาวาส ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ได้ละสังขาร วันที่ 20 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 16.52 น. ที่ผ่านมา โดยลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด เปิดเผยว่า หลวงปู่อาพาธด้วยโรคชราภาพ เนื่องจากมีอายุมากแล้ว ก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ ได้นำตัวหลวงปู่ส่งตรวจที่ โรงพยาบาลปรินซ์ จ.สกลนคร แพทย์ระบุว่าท่านเหนื่อยและอ่อนแรงจึงให้กลับวัด ขณะจำวัดท่านอ่อนแรงลงเรื่อย ก่อนจะละสังขารในวันที่ 20 มี.ค. 2569
ประวัติ หลวงปู่คีบ ธีรปัญโญ
หลวงปู่คีบ มีนามเดิมว่า คีบ จำปา เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2458 ในใบสุทธิและบัตรประชาชนได้ระบุปี 2463 ในวัยเด็ก เมื่อปี พ.ศ. 2468 อายุ 10 ขวบ ได้เข้ารับการศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนประถมศึกษาวิทยฐานะ พ.ศ. 2470 สำเร็จการศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.ท่าอุเทน (ปัจจุบันโพนสวรรค์) จ.นครพนม
หลวงปู่คีบ ได้บรรพชาเมื่อปี 2476 โดยบรรพชาเป็นสารเณร ที่วัดโพธิ์สุมบ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.ท่าอุเทน (ปัจจุบันโพนสวรรค์) พระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกงมา เจ้าอาวาส เดือนมกราคม เมื่อปี พ.ศ. 2476 อยู่ศึกษาเล่าเรียนธรรมบาลี ปริยัติธรรม อยู่กับพระอุปัชฌาย์ระยะหนึ่ง
ต่อมาได้สมัครไปเล่าเรียนนักธรรมตรี ที่ สำนักวัดศรีทอง บ้านโพนสวรรค์ ต.โพนสวรรค์ ในสมัยนั้นมีพระอธิการเกิด เป็นเจ้าอาวาส และพระผู้สอนพระอาจารย์ผัน บ้านรามราช ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้ศึกษาเล่าเรียนกับพระอาจารย์จนจบ เมื่ออายุครบ 19 ปี
ด้านการอุปสมบท ได้รับการบรรพชาอุปสมบทเมื่อ วันที่ 10 กุมพาพันธ์ พ.ศ. 2478 ณ พัทธสีมา วัดโพธิ์สุม บ้านค้อ อ.ท่าอุเทน พระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการบุญจันทร์ กตปุญโญ วัดโพธิ์สุม พระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการหนูพิน วัดโพธิ์ชัยพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์สวย วัดโพธิ์ชัย
อีกทั้งได้ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติพระกรรมฐานธุดงค์วัตรตามสถานที่ต่างๆ ปีกวิเวก เข้ากราบศึกษาธรรมกับพระอาจารย์หลายรูป อาทิเช่นหลวงปู่สนธิ์ สุรชโย วัดท่าดอกแก้ว หลวงปู่คาร คันธิโย วัดโพธิ์ชัย ทั้งสองรูปเป็น ลูกศิษย์ผู้ใหญ่สายพ่อแม่ญาครูสีทัตถ์ ญาณสัมปัญโณ จวบจนสำเร็จสัพพระวิชาต่างๆ ก่อนท่านจะทำการลาสิกขาเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบสัมมาชีพ ใช้ชีวิตปุถุชนทั่วไปเหมือนปกติ
หลวงปู่ท่านเป็นคนขยันหมั่นหาความรู้ในชีวิตของการเป็นฆราวาสของท่านได้ศึกษาตำรายาสมุนไพ รักษาโรค เป็นหมอธรรมและหมอยา เชี่ยวชาญการใช้ยาสมุนไพร และคาถากำกับในการปรุงยารักษาโรค
จนท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2520 ได้ไปจำพรรษาที่วัดชุมพล บ้านพานพร้าว ต.พานพร้าว อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย และได้ธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ ก่อนจะไปจำพรรษาที่วัดบ้านหนองบัว
ต่อมาในปี 2524 ท่านได้ทำการเข้าสอบนักธรรมชั้นตรี ได้รับผลสำเร็จนักธรรมชั้นตรี ต่อมาจนจบนักธรรมโท และนักธรรมชั้นเอกเป็นอันสูงสุด และกลับออกมาธุดงค์วัตรเหมือนดังเดิม จนในปี 2527 ท่านธุดงค์ไปภูเพ็ก ได้สร้างกุฏิไว้หนึ่งหลัง ใช้เวลาหลายปี พักการธุดงค์เพราะอายุที่มากขึ้นและในปี 2531 จึงธุดงค์กลับบ้านเกิด จำพรรษาที่วัดโพธิ์สุม ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม อยู่สักพักใหญ่
ท่านมีปัญหาด้านสุขภาพไม่สะดวกในการประกอบกิจของสงฆ์ ลูกหลานเลยให้ลาสิกขาเพื่อออกมารักษาตัวอยู่พักหนึ่งจวบจนปกติ ท่านจึงได้อุปสมบทอีกครั้งในปี 2540 จวบจนถึงปัจจุบัน ท่านเป็นพระนักปฏิบัติและเมตตาสูง อีกทั้งยังเป็นหมอยารักษาคน แม้ท่านจะอายุมากแต่ก็ยังไม่ทิ้งวิปัสสนา จบจนวาระสุดท้ายของชีวิต






