- 23 มี.ค. 2569
บุกจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแดงและศรีลานนา จ.เชียงใหม่ หลังพบมีการใช้เครื่องจักรหนักแผ้วถางป่าริมทางหลวง
เชียงใหม่ – กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ภายใต้การอำนวยการของ ผบก.ปทส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดง และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เข้าทำการตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 107 (แม่ทะลาย-หัวโท) ท้องที่ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า มีกลุ่มบุคคลนำเครื่องจักรหนักเข้ามาบุกเบิกพื้นที่ป่าและตัดโค่นต้นไม้หวงห้ามสองข้างทางหลวงอย่างผิดสังเกต เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี กำลังขับรถแบคโฮลปฏิบัติงานขุดรากถอนโคนต้นไม้และปรับสภาพพื้นที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งระงับการทำงานและขอเข้าตรวจสอบทันที
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอ ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับงานในโครงการฟื้นฟูทางหลวงของแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 3 กรมทางหลวง โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งจากนายจ้างให้เข้ามาดำเนินการตัดโค่นต้นไม้เพื่อขยายผิวการจราจร อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวแทนบริษัทนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พบว่าเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเพียงหนังสือขอความร่วมมือและอยู่ในขั้นตอนการหารือเบื้องต้นระหว่างหน่วยงานเท่านั้น ยังไม่มีเอกสารใบอนุญาตทำไม้หวงห้าม (แบบ อ.1) หรือหนังสืออนุมัติให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำและเขตอุทยานฯ อย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย:
- รถแบคโฮล จำนวน 1 คัน
- เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง (ตรวจสอบแล้วไม่มีใบอนุญาตครอบครอง)
- ตอไม้หวงห้าม จำนวน 17 ตอ พร้อมไม้ท่อนอีกจำนวนมากที่ถูกตัดทอนกองรวมกันไว้
- พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เนื้อที่ประมาณ 2 งาน 32 ตารางวา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนักต่อนายเอ และดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อบริษัทรับเหมา พร้อมกรรมการบริษัทรวม 11 ราย ในข้อหาร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต, บุกรุกแผ้วถางป่าอนุรักษ์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาว เพื่อดำเนินคดีทางอาญา พร้อมทั้งเตรียมประเมินมูลค่าความเสียหายทางแพ่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป






