- 23 มี.ค. 2569
นายสนธิยา สวัสดี ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ จี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ทำเป็นตัวอย่างสละสิทธิ์ค่าอาหารกลางวันและลดผู้ช่วย สส. หลังเคยอภิปรายเสนอตัดงบกลางสภา
กรุงเทพฯ – นายสนธิยา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายังอาคารรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา โดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อขอให้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แสดงสปิริตกระทำตนเป็นแบบอย่าง ภายหลังการอภิปรายในสภาฯ ที่เคยเสนอให้มีการยกเลิกค่าอาหารกลางวันของ สส. รวมถึงการลดจำนวนผู้ติดตาม สส. ลง เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน
นายสนธิยา กล่าวเปิดเผยว่า ตนมีความเห็นต่างกับ นพ.วรงค์ ในครั้งนี้ แม้ในอดีตจะเคยทำงานร่วมกันมา โดยมองว่าข้อเสนอของ นพ.วรงค์ เป็นเรื่องที่ดีแต่ต้องทำให้เห็นผลจริง ไม่ใช่เพียงการสร้าง "คอนเทนต์" ทางการเมืองเพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนเท่านั้น จากประสบการณ์ที่ตนเคยทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการเกือบ 3 ปี พบเห็นพฤติกรรม สส. บางรายที่สังกัดกรรมาธิการถึง 3-4 คณะ และมีการ "วิ่งวน" ประชุมหลายชุดในวันเดียวเพื่อรับเบี้ยประชุมครั้งละ 1,000 บาท รวมแล้วอาจได้เงินถึงวันละ 3,000-4,000 บาท ซึ่งตนเชื่อว่า นพ.วรงค์ ก็รับทราบเรื่องนี้ดี
ทั้งนี้ นายสนธิยาได้ยื่นข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ 4 ข้อ ต่อ นพ.วรงค์ ประกอบด้วย:
- เมื่อเสนอแล้ว ก็ขอให้แสดงเจตนาโดยการไม่ขอรับเบี้ยเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวัน ตลอดวาระ 4 ปี ของ นพ.วรงค์
- ขอให้ นพ.วรงค์ รับผู้ช่วยแค่ 3 คน
- ให้ทำเรื่องแจ้งไปยังประธานสภาฯ ว่าไม่ขอขึ้นเงินเดือนให้กับผู้ช่วย สส. ของ นพ.วรงค์
- ขอเสนอให้ปรับลดค่าเบี้ยเลี้ยงการประชุมกรรมาธิการของ สส. รวมถึงพิจารณาว่า 1 คน ประชุม 3-4 คณะจริงหรือไม่
นายสนธิยา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ นพ.วรงค์ เหมือนเป็นพระเอก เมื่อเป็นพระเอกก็ขอให้เป็นพระเอกตลอดไป การเสนอสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ละเอียด ชัดเจน และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินถือว่าถูกต้องแล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามการเสนอและทำเป็นคอนเทนต์เพื่อเพื่อให้ได้คะแนนเสียง ตนเห็นว่าข้อมูลไม่สมบูรณ์และไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ตนเห็นด้วยกับ นพ.วรงค์ แต่ไม่อยากให้เสนอแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงเรียกร้องให้ นพ.วรงค์ ดำเนินการตามที่ตัวเองเรียกร้อง และหาก นพ.วรงค์ ไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้อง ตนจะพิจารณาเกี่ยวกับจริยธรรมของ สส. เพราะวันนั้นพูดในที่ประชุมของสภาฯ จึงเป็นคำมั่นสัญญาให้กับประชาชน ฉะนั้น หากไม่ทำประการหนึ่งประการใด ตนถือว่าพูดแล้วไม่ทำ ซึ่งตนจะพิจารณาว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 หรือไม่ แต่ถ้า นพ.วรงค์ ทำตามที่พูด ถือว่าท่านก็ทำสำเร็จแล้ว แม้ว่า สส. ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยก็ตาม
นายสนธิยา ยังฝากข้อสังเกตถึงการทำงานระหว่าง สส. ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ กับการทำงานของนายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่ฝ่ายบริหารว่าต้องระวัง เพราะตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายรัฐบาลจะต้องไม่ทำงานทับซ้อนกัน หรือไปก้าวก่ายชี้นำ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และนำไปสู่การฟ้องร้องกรณีฝ่าฝืนจริยธรรมได้






