วิกฤตประมงใต้! น้ำมันเขียว พุ่ง 119% สงขลา–ปัตตานีเสี่ยงจอดเรือ

สถานการณ์ราคาน้ำมันเขียวพุ่งสูงถึง 119% กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักต่อภาคประมงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาและปัตตานี

สถานการณ์ประมงภาคใต้เริ่มวิกฤติ หลังราคาน้ำมันเขียวพุ่งสูงขึ้นกว่า 119% ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ส่งผลให้ผู้ประกอบการเรือประมงในพื้นที่จังหวัดสงขลาและปัตตานี เตรียมจอดเรือจำนวนมาก และอาจนำไปสู่การเลิกจ้างแรงงานในวงกว้าง 

นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันเขียวอยู่ที่ลิตรละ 18.60 บาท และขยับมาอยู่ที่ประมาณ 20 บาทในช่วงกลางเดือนมีนาคม แต่ล่าสุดมีการประกาศราคาพุ่งขึ้นเป็นลิตรละ 48.80 บาท เพิ่มขึ้นถึง 119.36%
ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ หากออกเรือในช่วงนี้จะขาดทุนทันที เนื่องจากราคาสัตว์น้ำยังคงทรงตัว ขณะที่ค่าแรงลูกเรือยังต้องจ่ายตามปกติ ส่งผลให้รายรับและรายจ่ายไม่สมดุล

“หากราคาน้ำมันยังเกิน 25–28 บาทต่อ ลิตร มีความจำเป็นต้องจอดเรือ 2-3 เดือน และอาจต้องเลิกจ้างแรงงาน เพราะไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้” นายสุรเดช กล่าว


ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ ได้หารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เพื่อหาแนวทางบรรเทาปัญหา โดยมีข้อเสนอให้เปลี่ยนไปใช้น้ำมัน B20 ซึ่งมีราคาต่ำกว่า แต่ต้องมีการปรับเครื่องยนต์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องลงทุนเพิ่ม
นอกจากปัญหาต้นทุนแล้ว ยังมีความกังวลเรื่องการแข่งขันจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสัตว์น้ำจากเมียนมา ที่มีราคาถูกกว่าไทยกว่า 50% ซึ่งอาจทะลักเข้ามาผ่านชายแดนจังหวัดระนอง ทั้งในรูปแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เพื่อทดแทนสินค้าประมงไทยในตลาด

แม้สินค้าประมงไทยจะผ่านมาตรฐานการตรวจสอบตามระบบ IUU อย่างเข้มงวด แต่สินค้านำเข้ายังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กระทบต่อราคาและความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด คาดว่าเรือประมงในจังหวัดสงขลาเตรียมจอดกว่า 200 ลำ ขณะที่จังหวัดปัตตานีมีแนวโน้มจอดเรือเกือบ 1,000 ลำ ภายในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

วิกฤตประมงใต้! น้ำมันเขียว พุ่ง 119% สงขลา–ปัตตานีเสี่ยงจอดเรือ