เด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง 1.7 ล้านคน "ตั้งเป้าลดนักสูบหน้าใหม่"

ปัญหาเด็กและเยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังน่าห่วง หลังพบตัวเลขพุ่งสูงถึง 1.7 ล้านคน สสส. ลุยดันนโยบาย "ลดนักสูบหน้าใหม่" นำร่อง 12 จังหวัด

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 2 ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 3/2569 เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเพื่อประเมินความคุ้มค่าในการพัฒนาองค์การมหาชน ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งมีกำหนดดำเนินการในปี 2571

ทั้งนี้ จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อประเมินศักยภาพการขับเคลื่อนงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง และความคุ้มค่าของ สสส. โดยได้คัดเลือกพื้นที่นำร่อง 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำปาง น่าน ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ชัยนาท ระยอง นครศรีธรรมราช ปัตตานี และนราธิวาส

จังหวัดเป้าหมายดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เผชิญปัญหาสุขภาพสำคัญ เช่น อัตราการสูบบุหรี่สูง การดื่มแอลกอฮอล์แบบเสี่ยงและอันตราย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต โดยจะใช้กลไกการทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “ไตรพลัง” เพื่อบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ในปี 2569 กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้า เป็นวาระกลางบูรณาการทุกส่วนงานของ สสส. ร่วมขับเคลื่อนเพื่อลดจำนวนนักสูบ โดยเฉพาะนักสูบหน้าใหม่ จากข้อมูลโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ปี 2568 โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบเด็กและเยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่งสูง 1.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 70% เป็นเด็กและเยาวชน อายุ 15-29 ปี และ 30% เป็นนักสูบหน้าใหม่ที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน ทั้งนี้ จากการศึกษาโมเดลมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของสิงคโปร์และนิวซีแลนด์ ที่สามารถลดจำนวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบว่า สิงคโปร์ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นยาเสพติด ยกระดับการควบคุมกฎหมายให้เข้มงวดเพิ่มค่าปรับ 5-30 เท่า ปรับสูงสุด 270,000 บาท ทั้งผู้นำเข้า จำหน่ายและครอบครอง ส่วนนิวซีแลนด์ ใช้มาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด พร้อมเพิ่มภาษียาสูบ 10% ต่อปี ทำให้เยาวชนเข้าถึงยากและมีราคาแพง สามารถลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ได้ ซึ่ง สสส.จะนำมาศึกษาเพื่อหาแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศและนำเสนอสู่ภาคนโยบายต่อไป

เด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง 1.7 ล้านคน "ตั้งเป้าลดนักสูบหน้าใหม่"