อุ้มดีเซล 19 บาท กองทุนน้ำมันแบกหลังแอ่น พยุงราคาพ้นวิกฤต

วิกฤตสงครามยืดเยื้อ กองทุนน้ำมันแบกหลังแอ่น ชดเชยดีเซลสูงถึง 19 บาทต่อลิตร พยุงราคาขายปลีกไทยให้ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน พร้อมเร่งคลังลดภาษีน้ำมันและช่วยกลุ่มเปราะบาง

วิกฤตสงครามยืดเยื้อ กองทุนน้ำมัน แบกหลังแอ่น ชดเชยดีเซลสูงถึง 19 บาทต่อลิตร พยุงราคาขายปลีกไทยให้ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน พร้อมเร่งคลังลด ภาษีน้ำมัน และช่วยกลุ่มเปราะบาง วอนประชาชนเข้าใจสถานการณ์และร่วมใจประหยัดพลังงาน

 

อุ้มดีเซล 19 บาท กองทุนน้ำมันแบกหลังแอ่น พยุงราคาพ้นวิกฤต

 “พลังงาน” แจง การสู้รบที่ยืดเยื้อ ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด แม้ปรับขึ้นราคาน้ำมันในประเทศแล้ว แต่กองทุนฯ ยังคงต้องช่วยชดเชยดีเซลมากถึง 19 บาทต่อลิตร


วันนี้ (26 มีนาคม 2569) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และ อิหร่าน ที่มีความรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นวิกฤตราคาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ขณะที่ยังต้องมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาตลาดโลกที่ปรับตัวอย่างรุนแรง ซึ่งผลจากการสู้รบครั้งนี้ แม้แต่ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบเป็นของตัวเองอย่างประเทศมาเลเซีย เมื่อวานนี้ก็ได้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขึ้นถึง 7 บาทต่อลิตรเช่นกัน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 45.59 บาทต่อลิตร โดยราคานี้เป็นราคาที่ไม่มีการเก็บภาษีเหมือนประเทศไทย ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร และเมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ 100.26 บาท ฟิลิปปินส์ 68.26 บาท ลาว 64.14 บาท เวียดนาม 47.16 บาท ราคาขายของไทยยังคงถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

 

อุ้มดีเซล 19 บาท กองทุนน้ำมันแบกหลังแอ่น พยุงราคาพ้นวิกฤต

นอกจากนั้น ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดย ณ วันนี้ มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ 19.12 บาท หรือเกือบ 1,700 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์วิกฤตจนถึงปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ชดเชยราคาน้ำมันไปแล้วรวมกว่า 38,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน กำลังเร่งหารือกับกระทรวงการคลังในส่วนของการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่ก็ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพด้านการคลังของประเทศด้วย รวมทั้งการเตรียมออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดยังคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

 
“กระทรวงพลังงาน มีความตั้งใจอย่างยิ่ง ในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งหลังเกิดการสู้รบ ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลได้พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อลดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด แต่ด้วยสถานการณ์มีความยืดเยื้อและรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้จำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับราคาในตลาดโลก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนด้วย จึงขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า การสู้รบครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและยังไม่มีทีท่าจะจบลงในเร็ววัน  ทุกประเทศทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบ ขอให้ทุกท่านช่วยกันใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะยังคงติดตามและใช้ทุกมาตรการที่มีเพื่อดูแลประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายวีรพัฒน์ กล่าว